News Logo
หน้าแรก
ทรัมป์ตั้งทีมพิเศษ กู้วิกฤต-คุมทิศทาง AI ย้ำสหรัฐต้องเป็นผู้นำเทคฯ โลก

ทรัมป์ตั้งทีมพิเศษ กู้วิกฤต-คุมทิศทาง AI ย้ำสหรัฐต้องเป็นผู้นำเทคฯ โลก

5 ต.ค. 2569 12:05
ผู้ชม 9 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจัดตั้งคณะทำงาน Super Intelligence Force เพื่อประสานนโยบายปัญญาประดิษฐ์ของรัฐบาลกลาง โดยตั้งเป้ารักษาความเป็นผู้นำของสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยผ่าน Truth Social ว่า ได้จัดตั้งคณะทำงาน Super Intelligence Force หรือ SIF ซึ่งแปลได้ว่า “คณะทำงานด้านปัญญาเหนือมนุษย์” เพื่อประสานการทำงานของหน่วยงานรัฐบาลกลางที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง โดยมีเป้าหมายให้สหรัฐอเมริกายังคงเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยีดังกล่าว

โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมและการเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ต และคณะทำงานชุดใหม่จะมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงประสานการทำงานระหว่างรัฐบาลกับภาคส่วนต่างๆ ตั้งแต่ผู้บริโภค กลุ่มสาธารณประโยชน์ องค์กรศาสนา ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ไปจนถึงบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง

BBC รายงานว่า คณะทำงานดังกล่าวจะมี เจย์ เคลย์ตัน ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้า ร่วมกับ แอนดรูว์ เฟอร์กูสัน ประธานคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (Federal Trade Commission) เอมิล ไมเคิล รองเลขาธิการกลาโหมฝ่ายวิจัยและวิศวกรรม และ สกอตต์ คูปอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารงานบุคคลแห่งสหรัฐอเมริกา (Office of Personnel Management) โดยคณะทำงานจะรายงานตรงต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ ซูซี ไวล์ส หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว

BBC ระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้เจย์ เคลย์ตันเคยกล่าวถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ว่า เมื่อเทคโนโลยีหนึ่งมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง รัฐบาลจำเป็นต้องเข้าไปจัดการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับความมั่นคง เศรษฐกิจ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ด้าน TechCrunch รายงานว่า Super Intelligence Force มีเวลาประมาณ 120 วันในการจัดทำรายงานเกี่ยวกับโอกาสและความเสี่ยงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง รวมถึงจัดทำแผนรับมือภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน เอกสารกฎบัตรของคณะทำงานกำหนดให้หลีกเลี่ยงการออกกฎระเบียบที่มากเกินไปจนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการแข่งขันของภาคเอกชน

การจัดตั้งคณะทำงานเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ให้หน่วยงานรัฐบาลกลางเปลี่ยนมาใช้คำที่สื่อถึง “ปัญญาเหนือระดับมนุษย์” แทนคำว่า “ปัญญาประดิษฐ์” ในเอกสารราชการ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้เหตุผลว่า คำว่า “ประดิษฐ์” ทำให้เทคโนโลยีดังกล่าวฟังดูเหมือนเป็นสิ่งที่ไม่จริงหรือมีศักยภาพต่ำกว่าความเป็นจริง

Washington Post รายงานว่า การตั้ง Super Intelligence Force มีขึ้นหลังการประชุมสุดยอดด้านเทคโนโลยีที่ทำเนียบขาว ซึ่งมีผู้บริหารจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เข้าร่วม ทั้ง OpenAI, Anthropic, Google, Meta และ Nvidia รวมถึงอีลอน มัสก์ โดยมีการลงนามข้อตกลงโดยสมัครใจที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกว่า “ข้อตกลงประวัติศาสตร์ของทำเนียบขาวว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง”

รายงานของ Washington Post ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเปิดทางให้บริษัทที่เข้าร่วมกำหนดมาตรการกำกับดูแลและความปลอดภัยของตนเองเป็นหลัก โดยยังไม่มีบทลงโทษหรือกรอบเวลาบังคับที่ชัดเจน หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในข้อตกลง

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยประกาศแผนจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ และเตรียมแต่งตั้งผู้รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีดังกล่าวภายในรัฐบาล การเลือกเจย์ เคลย์ตันขึ้นมาดูแล Super Intelligence Force เกิดขึ้นในช่วงที่หน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐต้องการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการประเมินความสามารถและความเสี่ยงของโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านความมั่นคงและภัยคุกคามทางไซเบอร์

เจย์ เคลย์ตันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติตั้งแต่กลางปี 2569 หลังได้รับการรับรองจากวุฒิสภา และมีประสบการณ์ทั้งด้านกฎหมาย การกำกับดูแลตลาดทุน และการบังคับใช้กฎหมาย โดยเคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา (Securities and Exchange Commission) และอัยการสหรัฐฯ มาก่อน

SiliconANGLE รายงานว่า ขณะนี้ Super Intelligence Force ยังไม่มีงบประมาณหรืออำนาจตามกฎหมายแยกออกมาโดยเฉพาะ และยังไม่ได้รับการจัดตั้งเป็นหน่วยงานถาวรในโครงสร้างรัฐบาล สมาชิกของคณะทำงานจึงยังคงดำรงตำแหน่งเดิมควบคู่กับหน้าที่ในคณะทำงานชุดใหม่ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าอาจมีรองประธานาธิบดี รัฐมนตรีบางกระทรวง และที่ปรึกษาจากภายนอกเข้าร่วมการทำงานในอนาคต

การตั้งคณะทำงานมีขึ้นในช่วงที่สหรัฐอเมริกายังคงมีบทบาทนำด้านโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ชิปประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล แต่กำลังเผชิญการแข่งขันจากจีนที่เร่งพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะโมเดลที่เปิดให้นักพัฒนานำค่าพารามิเตอร์ไปใช้งานและพัฒนาต่อยอดได้

CNN รายงานว่า เจย์ เคลย์ตันเคยระบุว่า ความเสี่ยงสำคัญประการหนึ่งของสหรัฐอเมริกา คือการสูญเสียตำแหน่งผู้นำด้านเทคโนโลยี เนื่องจากความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์เชื่อมโยงโดยตรงกับการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และขีดความสามารถทางเทคโนโลยีระหว่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ White House เปิดเผยแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์ของสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งมีข้อเสนอเชิงนโยบายมากกว่า 90 ข้อ ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเร่งนวัตกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเสริมบทบาทของสหรัฐอเมริกาด้านการทูตและความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยรัฐบาลมุ่งลดอุปสรรคจากกฎระเบียบและสนับสนุนการส่งออกเทคโนโลยีของบริษัทอเมริกันไปยังตลาดต่างประเทศ

ข้อมูลจากหลายสำนักข่าวระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า แนวนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในขณะนี้ให้ความสำคัญกับการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการเพิ่มการประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ มากกว่าการเร่งออกกฎหมายควบคุมฉบับใหม่ ขณะที่คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของแอนดรูว์ เฟอร์กูสัน ยังคงตรวจสอบบริษัทบางแห่งที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและพฤติกรรมของระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถดำเนินงานแทนผู้ใช้งานได้

Super Intelligence Force จึงเข้ามาเป็นกลไกประสานนโยบายในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกากำลังเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ดึงดูดเงินทุนเข้าสู่อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ และเตรียมรับมือความเสี่ยงจากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำหนดเป้าหมายให้สหรัฐอเมริการักษาตำแหน่งผู้นำโลกด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไว้ให้ได้

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝรั่งเศสสั่งปิด รร. 400 แห่ง นร.ลุกฮือเผาเมืองประท้วงระบบการศึกษา
ฝรั่งเศสสั่งปิด รร. 400 แห่ง นร.ลุกฮือเผาเมืองประท้วงระบบการศึกษา