นักศึกษาและประชาชนอินโดนีเซียออกมาประท้วงในหลายเมือง เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันพิษ หลังพบพื้นที่ถูกไฟไหม้สะสมเกือบ 12 ล้านไร่ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจพุ่งกว่า 283,000 ราย ขณะที่นักศึกษาในอาเจะห์บุกสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัด ประท้วงการฟื้นฟูน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ล่าช้ามาเกือบหนึ่งปี
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 นักศึกษาและประชาชนในหลายเมืองของอินโดนีเซียรวมตัวประท้วงรัฐบาลประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีการเข้ารับตำแหน่ง ท่ามกลางความไม่พอใจต่อการจัดการปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และวิกฤตสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะไฟป่าและหมอกควันพิษที่ปกคลุมหลายจังหวัด รวมถึงการฟื้นฟูความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดอาเจะห์ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ
สำนักข่าว AFP รายงานว่า การประท้วงเกิดขึ้นใน กรุงจาการ์ตา บันดุง ยอกยาการ์ตา เปกันบารู และมากัสซาร์ โดยนักศึกษาในกรุงจาการ์ตาชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ตูกูตานี เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศสถานการณ์ไฟป่าเป็นภัยพิบัติแห่งชาติ ดำเนินคดีกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการทำลายสิ่งแวดล้อม และแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ ขณะที่ตำรวจระดมกำลังประมาณ 9,500 นาย เพื่อดูแลความปลอดภัยในการชุมนุมตามจุดต่างๆ ของกรุงจาการ์ตา
สำหรับสถานการณ์ไฟป่า Reuters อ้างข้อมูลจาก Nusantara Atlas ซึ่งติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าผ่านภาพถ่ายดาวเทียม พบว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงสิ้นเดือนกันยายน 2569 อินโดนีเซียมีพื้นที่ถูกไฟไหม้สะสม 1,916,588 เฮกตาร์ หรือประมาณ 12 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยเฉพาะเดือนกันยายนที่มีพื้นที่ถูกไฟไหม้เพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ล้านเฮกตาร์ภายในเดือนเดียว ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าและป่าพรุบนเกาะสุมาตราและกาลิมันตัน ท่ามกลางอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อากาศร้อนและแห้งแล้งรุนแรง
ผลกระทบจากไฟป่ายังขยายเป็นวิกฤตสาธารณสุข โดยข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 พบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าสะสม 283,270 รายใน 7 จังหวัด เพิ่มขึ้นจาก 113,336 รายเมื่อวันที่ 9 กันยายน หรือมากกว่า 2 เท่าภายในเวลาประมาณหนึ่งเดือน ขณะที่หลายพื้นที่มีค่ามลพิษทางอากาศสูงเกินเกณฑ์อันตราย ส่งผลให้โรงเรียนบางแห่งต้องหยุดการเรียนการสอน และมีเที่ยวบินได้รับผลกระทบรวมกว่า 2,600 เที่ยวบิน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม นอกจากนี้ หมอกควันยังลอยข้ามพรมแดนไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ และติมอร์-เลสเต
ในวันเดียวกัน กลุ่ม Greenpeace Indonesia จัดกิจกรรมประท้วงบริเวณวงเวียนโรงแรมอินโดนีเซีย ใจกลางกรุงจาการ์ตา โดยนักกิจกรรมปีนขึ้นไปบนอนุสาวรีย์ต้อนรับและคลี่ป้ายผ้าขนาดใหญ่ เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศและลดค่าครองชีพ ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวนักกิจกรรม 6 คนลงจากอนุสาวรีย์ โดย Greenpeace Indonesia ระบุว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังเพิ่มภาระด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
ขณะเดียวกัน การประท้วงในจังหวัดอาเจะห์ ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา มีความตึงเครียดมากขึ้น หลังกลุ่มนักศึกษา Front Mahasiswa Aceh Resistance รวมตัวหน้าสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดในเมืองบันดาอาเจะห์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูพื้นที่เสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มครั้งใหญ่เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งผ่านมาเกือบหนึ่งปี แต่ประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเพียงพอ
สำนักข่าวท้องถิ่น detikSumut รายงานว่า ผู้ชุมนุมพยายามเข้าไปภายในสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนผลักประตูรั้วจนล้มลงและเกิดการเผายางรถยนต์ระหว่างการประท้วง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยนักศึกษาเรียกร้องให้ มูซากีร์ มานาฟ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาเจะห์ ออกมารับฟังข้อเรียกร้องโดยตรง ขณะที่ผู้ประสบภัยบางส่วนยังอาศัยอยู่ในเต็นท์และที่พักชั่วคราว รวมถึงมีพื้นที่ที่เผชิญน้ำท่วมซ้ำ โดยกลุ่มนักศึกษาวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินงานของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นที่ล่าช้า พร้อมเรียกร้องให้เร่งฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน
ด้านรัฐบาลอินโดนีเซียยืนยันว่า ได้ระดมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมากกว่า 60,000 คน เข้าปฏิบัติการดับไฟทั่วประเทศ พร้อมใช้อากาศยาน 49 ลำในการโปรยน้ำดับไฟ ลาดตระเวน และทำฝนเทียม โดยหน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย (BNPB) รายงานว่า ณ วันที่ 19 ตุลาคม สามารถดับไฟในพื้นที่ปฏิบัติการเป้าหมายได้แล้ว 454.25 เฮกตาร์ จากทั้งหมด 1,024.33 เฮกตาร์ และยังทดลองใช้น้ำแข็งแห้งโปรยจากเครื่องบินเพื่อลดความหนาแน่นของหมอกควันในบางพื้นที่
อย่างไรก็ตาม วิกฤตไฟป่าและหมอกควันยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาอินโดนีเซียคาดว่าฝนจะทยอยเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ซึ่งอาจช่วยลดความรุนแรงของไฟป่าได้ ขณะที่ข้อเรียกร้องจากการประท้วงครบรอบ 2 ปีรัฐบาลปราโบโวยังคงมุ่งไปที่การจัดการภัยพิบัติ การดำเนินคดีกับผู้ก่อมลพิษ และการเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและไฟป่า
อ้างอิง:
The Straits Times: Indonesia fires have burned nearly two million hectares: Monitor
Reuters: Explainer: Why is the haze so bad in Southeast Asia this year?
The Guardian: ‘The physical toll is visceral’: How Indonesia’s fire haze affects millions
Malaysiakini: Greenpeace activists scale Jakarta monument as M'sia moves on regional haze crisis




