เผยเบื้องหลัง ป.ป.ช.ตั้งไต่สวน‘สมบัติ ธรธรรม-พวก9 ราย' คดีแต่งบัญชีฯช่วย‘บิ๊กโจ๊ก’ บก.ปปป. แจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษ 6 ปมหลัก สร้างเรื่องรายได้จากการซื้อขายพระเครื่องกว่า 12 ล้านบาท พร้อมเอกสารซื้อขายรถหรู โอนหุ้นย้อนหลัง แกะรอยข้อมูล ไลน์ พ.ต.ท. คริษฐ์ พบพา 5 จนท.บินไป สงขลา จัดการเอกสารซื้อขายที่ดิน ด้วย
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 มีมติแต่งตั้งองค์คณะไต่สวน นายสมบัติ ธรธรรม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช. กับพวกรวม 9 ราย คดีช่วยเหลือตกแต่งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) โดยผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 9 ราย มี 3 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ซึ่งถูกขยายผลการสอบสวนเบื้องต้นในคดีนี้ และพบว่าได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากพล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ในเรื่องต่างๆ
ป.ป.ช.ตั้งไต่สวน‘สมบัติ ธรธรรม-พวก9 ราย' คดีแต่งบัญชีฯช่วย‘บิ๊กโจ๊ก’
เปิดครบ 9 ผู้ถูกกล่าวหาตั้งไต่สวนคดีช่วยแต่งบัญชีฯ-'บิ๊กโจ๊ก' โดนด้วย
ล่าสุด แหล่งข่าวสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า คดีนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) มีหนังสือส่งเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.) และบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีการร่วมกันจัดทำหรือใช้เอกสารและหลักฐานที่เชื่อว่าเป็นเท็จ เพื่อใช้ประกอบการชี้แจงบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล และคู่สมรสต่อสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 6 กรณี
ได้แก่
1.การสร้างเรื่องรายได้จากการซื้อขายพระเครื่อง เพื่ออธิบายเงินจำนวนมาก
2.จัดทำ เอกสารซื้อขายรถยนต์หรู ที่ตัวเลขไม่ตรงกับความจริง
3. จัดทำ สัญญาซื้อขายที่ดินย้อนหลัง เพื่อใช้ประกอบคำชี้แจง
4.ทำ สัญญาโอนหุ้นย้อนหลัง เกี่ยวกับทรัพย์สินของคู่สมรส
5.มีการ ส่งไฟล์เอกสารและแก้ไขข้อมูลก่อนยื่น ป.ป.ช.
6.พบการ ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หลายราย
โดยจากการสืบสวนขยายผลตรวจสอบข้อมูลไลน์ ในโทรศัพท์มือถือของพ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ คนสนิท พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์ ที่ได้จากการตรวจพิสูจน์หลักฐาน พบการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำเอกสารและการประสานงานกับบุคคลหลายฝ่าย โดยมีการอ้างที่มาของเงินจำนวนหนึ่งว่าเป็น “ค่านายหน้าจากการซื้อขายพระเครื่อง” รวมกว่า 12 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นคำอธิบายแหล่งที่มาของเงิน

พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ
ข้อมูลที่ถูกตรวจสอบพบ มีการส่ง ตารางสรุปเงินและรายละเอียดการซื้อขายพระ ระบุว่ามีการให้บุคคลหนึ่งรับบทเป็น ผู้ขายพระ ข้อความสนทนาบางส่วนยังปรากฏการพูดคุยว่า จะให้ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่งรับรองข้อมูลแต่มีความกังวลว่า ถ้าเรียกสอบอาจให้การลำบาก จากพฤติการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าการอ้างการซื้อขายพระอาจถูกสร้างขึ้นเพื่ออธิบายแหล่งที่มาของเงิน
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์หรู Lexus RX270 โดยมีการส่งภาพใบเสร็จและเอกสารการชำระเงินเพื่อใช้ประกอบการชี้แจงทรัพย์สิน รวมถึงกรณีการจัดทำสัญญาซื้อขายที่ดิน ซึ่งมีข้อสงสัยว่าเป็นการจัดทำเอกสารย้อนหลัง และมีการส่งไฟล์เอกสารหลายฉบับเพื่อใช้ประกอบคำชี้แจงต่อ ป.ป.ช.
แหล่งข่าวระบุว่า กรณีรถยนต์ Lexus RX270 นั้น มีการส่ง ภาพใบเสร็จและเอกสารการชำระเงิน เอกสารระบุว่าเป็นเงินซื้อรถประมาณ 2.35 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับ ราคาที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. พบว่ามีตัวเลข ไม่ตรงกันกับราคาจริงจากข้อความสนทนาแสดงให้เห็นว่าผู้เกี่ยวข้องบางราย รับรู้ว่าตัวเลขไม่ตรงกัน
แหล่งข่าวยังกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำสัญญาโอนหุ้นย้อนหลังเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการชี้แจงทรัพย์สินในส่วนของคู่สมรสของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ อีกทั้งยังพบพฤติการณ์เกี่ยวกับการปรับแก้เอกสารบางรายการ และการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องก่อนการพิจารณาเรื่องในชั้นคณะกรรมการ
" กรณีการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หลักฐานสำคัญที่ตรวจสอบพบ ตือ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จำนวน 5 ราย เดินทางไปจังหวัดสงขลา โดยมี พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ เป็นผู้จองตั๋วเครื่องบินเพื่อจัดการเอกสารเกี่ยวกับเอกสารซื้อขายที่ดิน เพื่อใช้เป็นเอกสารชี้แจงต่อ ป.ป.ช. "
สำหรับรายชื่อ ผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 9 ราย ในชั้นตรวจข้อมูลเบื้องต้น สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า ประกอบไปด้วย
1.นายสมบัติ ธรธรรม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอนุกรรมการเรื่องกล่าวหาประจำสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 1-2 อนุกรรมการเรื่องกล่าวหาประจำสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ และอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินประจำสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 ของป.ป.ช.
2.นายจัตุรงค์ พานิจเจริญ ตำแหน่งพนักงานไต่ส่วน ระดับสูง ของป.ป.ช.
3.นางอารยา งามล้วน ตำแหน่งเจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินชำนาญการพิเศษ ของ ป.ป.ช.
4.พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์ หักพาล ตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
5.พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ ตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ คนสนิทพล.ต.อ. สุรเชชษฐ์
6.นายสมภพ ไทยธีระเสถียร ตำแหน่งรองนายกสมาคมผู้นิยมพระครื่องพระบูชาไทย
7.นายวิสูตร ด้วงมาก ตำแหน่งพนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 ของป.ป.ช.
8.นายสรพงษ์ วงศ์สุวรรณ
9.นายยิ่งยศ ท้อเพิ่มผล
โดยการรับเรื่องไว้ดำเนินการไต่สวข้อเท็จจริง เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ.2561 ข้อ 45 (2) โดยให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนเอง ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
อย่างไรก็ดี คดีนี้ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการไต่สวนของ ป.ป.ช. เท่านั้น ยังไม่ได้การชี้มูลความผิด ผู้เกี่ยวข้องทุกรายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่




