News Logo
หน้าแรก
ไขที่มาหุ้น 5 บริษัทน้ำมัน‘พิพัฒน์’ รับจากแม่-เป็นกก.ด้วย โอนต่อให้ลูก

ไขที่มาหุ้น 5 บริษัทน้ำมัน‘พิพัฒน์’ รับจากแม่-เป็นกก.ด้วย โอนต่อให้ลูก

30 มี.ค. 2569 18:50
ผู้ชม 138 คน

ชัด ๆ เปิดความเป็นมาหุ้นธุรกิจค้าน้ำมัน-อสังหาฯ ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’รองนายกฯ รมว.คมนาคม จดรับโอนจากแม่วันเดียวกัน 5 บริษัทรวด /มีชื่อเป็นกก.ด้วย ก่อนลาออกปี 2562 โอนต่อให้ลูก 2 คน ส.ค.68

ธุรกิจนอกตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มรัชกิจประการ ที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โอนให้นายปกเขตร รัชกิจประการ ลูกชาย และ นางสาวปกรกานต์ รัชกิจประการ ลูกสาว พร้อมกันจำนวน 6 บริษัท เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2568 ได้แก่ บริษัท พี แอนด์ ซี ปิโตรเลียม จำกัด บริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด บริษัท ซีเคไฟว์ เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท เอซเซลเล่ โลจิสติค จำกัด บริษัท เอ็น แอนด์ ซี แฮปปี้ ฟู้ด จำกัด บริษัท จิตแก้ว จำกัด ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนนายพิพัฒน์รับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล (รัฐบาลอนุทิน 1)

จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า ก่อนโอนหุ้นให้บุตรทั้งสองคน 5 ใน 6 บริษัท นายพิพัฒน์รับโอนจากมารดา และมีชื่อนายพิพัฒน์ เป็นกรรมการด้วย ก่อนลาออกเมื่อเดือน มิ.ย.2562 รายละเอียดดังนี้

1.บริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด จดทะเบียน 5 ก.ย. 2539 ทุนล่าสุด 20 ล้านบาท นางฉัตรแก้ว คชเสนี (น้องสาวนายพิพัฒน์) เป็นกรรมการผู้เริ่มก่อการผู้ขอจดทะเบียน มีผู้ถือหุ้น 8 ราย นางกุยเฮียง มารดานายพิพัฒน์ถือหุ้นใหญ่ ไม่มีชื่อนายพิพัฒน์ ถือหุ้น บัญชีผู้ถือหุ้น 16 มี.ค.2560 จำนวน 18 ราย นางกุยเฮียงถือ 27,468 หุ้น จากทั้งหมด 200,000 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 100 บาท

วันที่ 5 ต.ค.2560 นางกุยเฮียงโอนหุ้นที่ถือครองไปให้นายพิพัฒน์ทั้งหมด

ต่อมา 29 เม.ย.2568 บจ.เกียรตินาคินภัทร (รับโอนจากรมต.พิพัฒน์ รัชกิจประการ) เป็นผู้ถือ จำนวน 27,468 หุ้น 21 ก.ค.2568 บจ.เกียรตินาคินภัทร (รับโอนจาก รมต.พิพัฒน์ รัชกิจประการ)โอนกลับมาให้นายพิพัฒน์ ถือครอง ก่อนที่นายพิพัฒน์โอนต่อให้บุตร 2 คน นายปกเขตร รัชกิจประการ นางสาวปกรกานต์ รัชกิจประการ คนละ 16,481 หุ้น และ 10,987 หุ้น เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2568

ในส่วนของการเป็นกรรมการ จากการตรวจสอบพบว่า จดทะเบียนนายพิพัฒน์เข้าเป็นกรรมการ เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2560 จดทะเบียนออกเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2562 (ดูตาราง)

บริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด

บริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด

บริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด

บริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด

บริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด

บริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด

ผู้ถือหุ้นบริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด

ผู้ถือหุ้นบริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด

2.บริษัท ซีเคไฟว์ เทรดดิ้ง จำกัด จดทะเบียนวันที่ 29 ก.ย. 2543 ทุนล่าสุด 1 ล้านบาท มีผู้เป็นหุ้นส่วนจำนวน 7 คน นางฉัตรแก้ว คชเสนี จำนวน 28 หุ้น นางกุยเฮียง รัชกิจประการ จำนวน 25 หุ้นและร่วมเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ วันที่ 5 ต.ค.2560 นางกุยเฮียง โอนหุ้นที่ถือครอง จำนวน 25 หุ้นไปให้นายพิพัฒน์ ก่อนที่นายพิพัฒน์โอนต่อให้ นายปกแขตร นางสาวปกรกานต์ คนละ 15 หุ้น และ 10 หุ้น ตามลำดับเมื่อวันที่ 27 ส.ค.2568

ในส่วนของการเป็นกรรมการ จดทะเบียนนายพิพัฒน์เข้าเป็นกรรมการวันที่ 12 ต.ค.2560 ออกจากกรรมการ วันที่ 21 มิ.ย.2562 (ดูตาราง)

บริษัท ซีเคไฟว์ เทรดดิ้ง จำกัด

บริษัท ซีเคไฟว์ เทรดดิ้ง จำกัด

บริษัท ซีเคไฟว์ เทรดดิ้ง จำกัด

บริษัท ซีเคไฟว์ เทรดดิ้ง จำกัด

บริษัท ซีเคไฟว์ เทรดดิ้ง จำกัด

บริษัท ซีเคไฟว์ เทรดดิ้ง จำกัด

ผู้ถือหุ้นบริษัท ซีเคไฟว์ เทรดดิ้ง จำกัด

ผู้ถือหุ้นบริษัท ซีเคไฟว์ เทรดดิ้ง จำกัด

3.บริษัท เอซเซลเล่ โลจิสติค จำกัด จดทะเบียนวันที่ 8 ก.ย. 2557 ทุนเริ่มแรก 10 ล้านบาท ล่าสุด 4 ล้านบาท ในช่วงก่อตั้งผู้ถือหุ้น 8 ราย นางกุยเฮียง รัชกิจประการ ถือหุ้นใหญ่ 28,000 หุ้น จากจำนวนทั้งหมด 100,000 หุ้นมูลค่าหุ้นละ 100 บาท

ผู้ถือหุ้น 24 ม.ค.2559 นางกุยเฮียง ถือหุ้นใหญ่ 11,200 หุ้น ต่อมาโอนให้นายพิพัฒน์เมื่อ 5 ต.ค.2560 บัญชีผู้ถือหุ้น 21 ก.ค.2568 จำนวน 11 ราย นายพิพัฒน์ 11,200 หุ้น จากทั้งหมด 40,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ต่อมานายพิพัฒน์โอนให้ นายปกแขตร น.ส.ปกรกานต์ รัชกิจประการ คนละ 6,720 หุ้น และ 4,480 หุ้น ตามลำดับ เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2568 (ดูตาราง)

บริษัท เอซเซลเล่ โลจิสติค จำกัด

บริษัท เอซเซลเล่ โลจิสติค จำกัด

บริษัท เอซเซลเล่ โลจิสติค จำกัด

บริษัท เอซเซลเล่ โลจิสติค จำกัด

บริษัท เอซเซลเล่ โลจิสติค จำกัด

บริษัท เอซเซลเล่ โลจิสติค จำกัด

4.บริษัท เอ็น แอนด์ ซี แฮปปี้ ฟู้ด จำกัด (ชื่อเดิม บริษัท เอ็น แอนด์ ซี มินิมาร์ท จำกัด) จดทะเบียนวันที่ 10 ก.ย. 2539 ทุนเดิม 2 ล้านบาท ล่าสุด 22 ล้านบาท ร้านสะดวกซื้อ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น 30 เม.ย.2560 จำนวน 17 คน นางกุยเฮียง ถือ 3,662 หุ้น จากทั้งหมด 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ต่อมา 5 ต.ค.2560 นางกุยเฮียงโอนให้นายพิพัฒน์ ก่อนที่นายพิพัฒน์โอนต่อให้ นายปกเขตร และ น.ส.ปกรกานต์ คนละ 2,197 หุ้น และ 1,465 หุ้น ตามลำดับ เมื่อ 27 ส.ค. 2568 (ดูตาราง)

บริษัท เอ็น แอนด์ ซี แฮปปี้ ฟู้ด จำกัด  (ชื่อเดิม บริษัท เอ็น แอนด์ ซี มินิมาร์ท จำกัด)

บริษัท เอ็น แอนด์ ซี แฮปปี้ ฟู้ด จำกัด (ชื่อเดิม บริษัท เอ็น แอนด์ ซี มินิมาร์ท จำกัด)

บริษัท เอ็น แอนด์ ซี แฮปปี้ ฟู้ด จำกัด  (ชื่อเดิม บริษัท เอ็น แอนด์ ซี มินิมาร์ท จำกัด)

บริษัท เอ็น แอนด์ ซี แฮปปี้ ฟู้ด จำกัด (ชื่อเดิม บริษัท เอ็น แอนด์ ซี มินิมาร์ท จำกัด)

บริษัท เอ็น แอนด์ ซี แฮปปี้ ฟู้ด จำกัด  (ชื่อเดิม บริษัท เอ็น แอนด์ ซี มินิมาร์ท จำกัด)

บริษัท เอ็น แอนด์ ซี แฮปปี้ ฟู้ด จำกัด (ชื่อเดิม บริษัท เอ็น แอนด์ ซี มินิมาร์ท จำกัด)

5.บริษัท จิตแก้ว จำกัด จดทะเบียน 25 ก.พ. 2553 ทุนเริ่มแรก 1 ล้านบาท ประกอบการกิจกรรมของตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ นางกุยเฮียง 2,800 หุ้น จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท วันที่ 5 ต.ค.2560 นางกุยเฮียงโอนให้นายพิพัฒน์ ต่อมาเพิ่มทุนเป็น 3 ล้านบาท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น 21 ก.ค.2568 จำนวน 11 คน นายพิพัฒน์ 3,600 หุ้น จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 30,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท 27 ส.ค. 2568 นายพิพัฒน์โอนให้ นายปกเขตร 2,160 หุ้น นางสาวปกรกานต์ 1,440 หุ้น (ดูตาราง)

บริษัท จิตแก้ว จำกัด

บริษัท จิตแก้ว จำกัด

@ พบแจ้งลาออก กก.9 แห่ง มิ.ย.62 / อ้างวางมือผู้บริหาร พีทีจี กว่า 20 ปี

เห็นได้ว่า ทั้ง 5 บริษัท นายพิพัฒน์รับโอนหุ้นจากมารดาในช่วงปี 2560 ก่อนโอนต่อให้บุตรเมื่อ 27 ส.ค. 2568 ในส่วนของการเป็นกรรมการนั้นอย่างน้อย 2 บริษัท นายพิพัฒน์ลาออกจากกรรมการวันที่ 21 มิ.ย.2562 และจากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า นายพิพัฒน์ระบุในบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. กรณีรับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา วันที่ 16 ก.ค.2562 ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท 9 แห่งเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2562 ในจำนวนนี้ 8 แห่ง ได้แก่ บริษัท พี แอนด์ ซี ปิโตรเลียม จำกัด บริษัท เคทีพี ปิโตรเลียม จำกัด บริษัท ซีเคไฟว์ เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท เอ็น แอนด์ ซี แฮปปี้ ฟู้ด จำกัด บริษัท จิตแก้ว จำกัด บริษัท บริษัท รัชกิจโฮลดิ้ง จำกัด บริษัท รัชกิจ คอร์โปเรชั่น จำกัด บริษัท พี แอนด์ ซี กรุ๊ป จำกัด ด้วย

ขณะที่นายพิพัฒน์แถลงชี้แจงต่อสื่อมวลชนเมื่อเร็วๆนี้ว่าลาออกจากการเป็นผู้บริหาร บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี มากว่า 20 ปีมาแล้ว ปัจจุบันเป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายหนึ่งเท่านั้น

อย่างไรตาม การถือครองหุ้นธุรกิจ 5 บริษัท (รวมบริษัท พี แอนด์ ซี ปิโตรเลียม จำกัดเป็น 6 บริษัท) ของบุตรนายพิพัฒน์ (ซึ่งไม่มีนายพิพัฒน์เป็นผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน) เป็นคนละส่วนกับบริษัทที่นายพิพัฒน์แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) มีเงินลงทุนจำนวน 9 รายการ ในจำนวนนี้ 6 รายการ ได้แก่ 1. บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) จำนวน 2,000,000 หุ้น 2. บริษัท อาม่ามารีน จำกัด จำนวน 33,280,000 หุ้น 3. บริษัท พี แอนด์ ซี กรุ๊ป จำกัด จำนวน 143,770 หุ้น 4. บริษัท รัชกิจโฮลดิ้ง จำกัด จำนวน 37,542,610 หุ้น 5. บริษัท รัชกิจ คอร์โปเรชั่น จำกัด จำนวน 1,010,800 หุ้น และ 6.บริษัท อาร์ดี เกษตรพัฒนา จำกัด จำนวน 336,000 หุ้น (อ่านเพิ่มในเรื่องเกี่ยวข้อง)

หากมีข้อมูลเพิ่มจะรายงานต่อไป

อ่านประกอบ :

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สถานการณ์น้ำมัน
ไขที่มาหุ้น 5 บริษัทน้ำมัน‘พิพัฒน์’



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดทรัพย์สิน 2 กกต. 'สันทัด' 60 ล.-'อนันต์' 29 ล.-เงินฝากทะลุ 10 ล.
เปิดทรัพย์สิน 2 กกต. 'สันทัด' 60 ล.-'อนันต์' 29 ล.-เงินฝากทะลุ 10 ล.