เปิดรายละเอียดสัญญาเงินให้กู้ 2 ฉบับ 115 ล. ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ - บ.สยามกัลฟ์ปิโตรฯ’ กลุ่มลูก‘เสี่ยตือ คอสโม’ นักธุรกิจค้าน้ำมัน คิดดอก 3% ต่อปี ครบกำหนดเวลาคืนเงินต้นก้อนแรก 75 ล. ภายใน 15 ต.ค. 2566 ก้อนสอง 40 ล. 15 พ.ค.2567 ไม่พบแจ้งมีรายได้ในบัญชีทรัพย์สินปีล่าสุด
สืบเนื่องจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) กรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม วันที่ 24 ก.ย.2568 มีเงินให้กู้ยืม จำนวน 448,177,600,000 บาท แบ่งเป็นเงินให้กู้ยืมของนายพิพัฒน์ จำนวน 13 ราย 20 สัญญา (บางรายมากกว่า 1 สัญญา) วงเงิน 433,177,600,000 บาท และ เงินให้กู้ยืมของนางนาที รัชกิจประการ 1 ราย 1 สัญญาจำนวน 15 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้รายงานแล้วว่า ลูกหนี้บางรายมีความใกล้ชิดนายพิพัฒน์ ทั้งลูก น้องสาว และบริษัทในเครือ
รายบริษัท สยามกัลฟ์ปิโตรเคมีคัล จำกัด ให้กู้ยืม จำนวน 2 ครั้ง รวม 115,000,000 บาท นั้น เป็นบริษัทกิจการผลิตภัณฑ์โรงกลั่นปิโตรเลียมที่มีกลุ่มลูกนายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี หรือ เสี่ยตือ คอสโม นักธุรกิจรายใหญ่ที่เคยลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเป็นเจ้าของ และหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทยังเป็นผู้บริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทยเมื่อปลายปี 2568 ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ครั้งที่ผ่านมาด้วย

ภาพประกอบรายงาน
อ่านข่าวต้นเรื่อง : บ.สยามกัลฟ์ฯลูกหนี้เงินกู้‘พิพัฒน์’115 ล.กลุ่มลูก‘ตือคอสโม’หุ้นใหญ่, เปิด 5 บ.น้ำมันเครือข่าย‘เสี่ยตือ คอสโม’-‘หุ้นใหญ่’บริจาคเงินภูมิใจไทย
คราวนี้มาดูสาระสำคัญของสัญญาเงินให้กู้ 2 ฉบับ ตามที่นายพิพัฒน์ยื่นแสดงในบัญชีทรัพย์สินฯ
@ สัญญาเงินให้กู้ยืมครั้งที่ 1
สัญญากู้เงิน
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ณ เลขที่ (ปิดข้อมูล) อาคารแกแล็คซี่เพลส ชั้น 9 ถนนนนทรี กทม. ระหว่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (ที่อยู่ของพิพัฒน์) ซึ่งต่อไปนี้ในสัญญานี้จะเรียกว่า ผู้ให้กู้ ฝ่ายหนึ่ง กับ บริษัท สยามกัลฟ์ปิโตรเคมีคัล จำกัด โดยนายนิพัฒน์ สายสว่าง กรรมการผู้มีอำนาจ สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 149 อาคารแกแล็คซี่เพลส ชั้น 9 ห้อง 9/2 ถนนนนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. ซึ่งต่อไปนี้ในสัญญานี้จะเรียกว่า ผู้กู้ อีกฝ่ายหนึ่ง
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาฉบับนี้ ดังมีข้อความต่อไปนี้
ข้อ 1 ผู้ให้กู้ตกลงให้กู้ และผู้กู้ตกลงกู้เงินจากผู้ให้กู้เป็นจำนวนเงิน 75,000,000 บาท ซึ่งผู้กู้ได้รับเงินทั้งหมดแล้วเป็นเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 04589225 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ในวันทำสัญญานี้
ข้อ 2 ผู้กู้ตกลงชำระดอกเบี้ยของจำนวนเงินต้นที่ผู้กู้ได้รับไปจากผู้ให้กู้ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี โดยจะชำระในวันที่ 15 ตุลาคมของทุกปี
ข้อ 3 ผู้กู้ตกลงชำระคืนเงินต้นทั้งหมดแก่ผู้ให้กู้ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2566
ข้อ 4 ในกรณีผู้กู้ผิดนัดชำระเงินต้นไม่ว่างวดหนึ่งงวดใดหรือผิดสัญญานี้ ข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้กู้มีสิทธิ์เรียกให้ผู้กู้ชำระคืนเงินต้นได้ทันที แม้จะยังไม่ถึงกำหนดชำระ และผู้กู้จะต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายประการอื่นที่ผู้ให้กู้อาจจะได้รับ อันเนื่องมาจากการผิดนัดสัญญาดังกล่าว รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายในการบอกกล่าวทวงถามให้ชำระหนี้ ตลอดจนค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามสัญญานี้
ข้อ 5 บรรทัดอ่านหนังสือบอกกล่าวหรือหนังสืออื่นใดที่ส่งให้แก่ผู้กู้นั้น ไม่ว่าจะส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียน หรือให้บุคคลนำไปส่งก็ดี ถ้าหากได้ส่งไปยังตำบลที่อยู่ตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้แล้ว ให้ถือว่าได้ส่งให้ผู้กู้โดยชอบแล้ว
ทั้งนี้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจะมีผู้รับโดยชอบหรือไม่ และแม้หากว่าส่งให้ไม่ได้ด้วยเหตุเพราะที่อยู่ดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผู้กู้ไม่ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงให้แก่ผู้ให้กู้ทราบ ให้ถือว่าผู้กู้ได้รับสร้างหนังสือบอกกล่าวหรือหนังสืออื่นใดของผู้ให้ผู้โดยชอบแล้ว
สัญญานี้ทำขึ้นเป็น 2 ฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาต่างได้อ่านและเข้าใจข้อความโดยตลอดแล้ว เห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนา เพื่อเป็นหลักฐานจึงได้ลงลายมือชื่อและประทับตราไว้ต่อหน้าพยาน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ผู้ให้กู้
นายนิพัฒน์ สายสว่าง กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้กู้
นายทรงธรรม ดีจงกิจ พยาน
@ สัญญาเงินให้กู้ยืมครั้งที่ 2
สัญญากู้เงิน
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ณ เลขที่ 149 อาคารแกแล็คซี่เพลส ชั้น 9 ถนนนนทรี กทม. ระหว่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (ที่อยู่ของพิพัฒน์) ซึ่งต่อไปนี้ในสัญญานี้จะเรียกว่า ผู้ให้กู้ ฝ่ายหนึ่ง กับ บริษัท สยามกัลฟ์ปิโตรเคมีคัล จำกัด โดยนายนิพัฒน์ สายสว่าง กรรมการผู้มีอำนาจ สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 149 อาคารแกแล็คซี่เพลส ชั้น 9 ห้อง 9/2 ถนนนนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. ซึ่งต่อไปนี้ในสัญญานี้จะเรียกว่า ผู้กู้ อีกฝ่ายหนึ่ง
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาฉบับนี้ ดังมีข้อความต่อไปนี้
ข้อ 1 ผู้ให้กู้ตกลงให้กู้ และผู้กู้ตกลงกู้เงินจากผู้ให้กู้เป็นจำนวนเงิน 40,000,000 บาท ซึ่งผู้กู้ได้รับเงินทั้งหมดแล้วเป็นเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 04625235 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ในวันทำสัญญานี้
ข้อ 2 ผู้กู้ตกลงชำระดอกเบี้ยของจำนวนเงินต้นที่ผู้กู้ได้รับไปจากผู้ให้กู้ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี โดยจะชำระในวันที่ 15 พฤษภาคม ของทุกปี
ข้อ 3 ผู้กู้ตกลงชำระคืนเงินต้นทั้งหมดแก่ผู้ให้กู้ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567
ข้อ 4 ในกรณีผู้กู้ผิดนัดชำระเงินต้นไม่ว่างวดหนึ่งงวดใดหรือผิดสัญญานี้ ข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้กู้มีสิทธิ์เรียกให้ผู้กู้ชำระคืนเงินต้นได้ทันที แม้จะยังไม่ถึงกำหนดชำระ และผู้กู้จะต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายประการอื่นที่ผู้ให้กู้อาจจะได้รับ อันเนื่องมาจากการผิดนัดสัญญาดังกล่าว รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายในการบอกกล่าวทวงถามให้ชำระหนี้ ตลอดจนค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามสัญญานี้
ข้อ 5 บรรทัดอ่านหนังสือบอกกล่าวหรือหนังสืออื่นใดที่ส่งให้แก่ผู้กู้นั้น ไม่ว่าจะส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียน หรือให้บุคคลนำไปส่งก็ดี ถ้าหากได้ส่งไปยังตำบลที่อยู่ตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้แล้ว ให้ถือว่าได้ส่งให้ผู้กู้โดยชอบแล้ว
ทั้งนี้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจะมีผู้รับโดยชอบหรือไม่ และแม้หากว่าส่งให้ไม่ได้ด้วยเหตุเพราะที่อยู่ดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผู้กู้ไม่ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงให้แก่ผู้ให้กู้ทราบ ให้ถือว่าผู้กู้ได้รับสร้างหนังสือบอกกล่าวหรือหนังสืออื่นใดของผู้ให้ผู้โดยชอบแล้ว
สัญญานี้ทำขึ้นเป็น 2 ฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาต่างได้อ่านและเข้าใจข้อความโดยตลอดแล้ว เห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนา เพื่อเป็นหลักฐานจึงได้ลงลายมือชื่อและประทับตราไว้ต่อหน้าพยาน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ผู้ให้กู้
นายนิพัฒน์ สายสว่าง กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้กู้
นางสาวภัคจิรา รัชกิจประการ พยาน
นายทรงธรรม ดีจงกิจ พยาน
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายพิพัฒน์ยื่น ต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช.กรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.คมนาคม วันที่ 24 ก.ย.2568 ระบุมีรายได้ต่อปีจำนวน 75,261,710.95 บาท ในจำนวนนี้ระบุ รายได้จาก (8) ดอกเบี้ยจากการให้กู้ยืมเงินที่ได้รับจากบริษัท ยูนิท จำกัด จำนวน 91,823.63 บาท ไม่มีรายได้จากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม บริษัท สยามกัลฟ์ปิโตรเคมีคัล จำกัด กรณีนี้ไม่มีข้อมูลว่ามีการชำระครบแล้วปีก่อนหน้านี้หรือไม่?
กระนั้นกรณีชำระครบแล้ว เหตุใดนายพิพัฒน์จึงยังแสดงรายการ ‘เงินให้กู้ยืม’แก่บริษัทรายนี้อยู่ในบัญชีทรัพย์สิน?
หากมีข้อมูลเพิ่มจะรายงานต่อไป

เอกสารแสดงบัญชีทรัพย์สินยื่นต่อ ป.ป.ช.
อ่านประกอบ :
ไขปมเงินลงทุน‘พิพัฒน์’ลด 1,181.2 ล./‘PTG-อาม่า’47.6 ล้านหุ้น ล่องหน
เปิด 4 บริษัทขายน้ำมัน/ขนส่ง ลูก‘พิพัฒน์’ รับโอนจากพ่อ/รายได้9.2พันล.
ไม่ใช่แค่น้ำมัน! ขุดยิบ6บ.ลูก‘พิพัฒน์’/รับโอนจากพ่อวันเดียวกันรวด
ไขที่มาหุ้น 5 บริษัทน้ำมัน‘พิพัฒน์’ รับจากแม่-เป็นกก.ด้วย โอนต่อให้ลูก
ขุดทรัพย์สิน‘พิพัฒน์’-เมีย ปี 54 แจ้ง 304 ล. เพิ่มขึ้น 4.3 พันล. ปี68
เจาะลึก ‘พีทีจี’ยุค บ.ภาคใต้เชื้อเพลิง ‘พิพัฒน์’กก.ร่วมคนสนิท‘วัฒนา’
ชำแหละ ‘พิพัฒน์-เมีย’ ให้กู้ยืม 13 ราย 448.1 ล. / ลูก 2 คนด้วย 39 ล.
บ.สยามกัลฟ์ฯลูกหนี้เงินกู้‘พิพัฒน์’115 ล.กลุ่มลูก‘ตือคอสโม’หุ้นใหญ่
เปิด 5 บ.น้ำมันเครือข่าย‘เสี่ยตือ คอสโม’-‘หุ้นใหญ่’บริจาคเงินภูมิใจไทย




