News Logo
หน้าแรก
เปิดสัญญาประนีประนอม 'ศักดิ์สยาม' ป.ป.ช. เชื่อตีตกคดีซุกหุ้น

เปิดสัญญาประนีประนอม 'ศักดิ์สยาม' ป.ป.ช. เชื่อตีตกคดีซุกหุ้น

30 เม.ย. 2569 13:01
ผู้ชม 38 คน

"...เพื่อเป็นการยุติข้อพิพาทกันด้วยดีและเป็นการตอบแทนที่โจทก์ให้สิทธิจำเลยตามข้อ 1-2 ดังกล่าว จำเลยตกลงจะรับซื้อที่ดินของโจทก์เป็นการตอบแทน โดยโจทก์ตกลงจะขายที่ดินทั้งหมดรวม 19 แปลงเนื้อที่ 323 ไร่ 0 งาน 373 ตร.ว. ในอำเภอสะตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยโจทก์ตกลงขายที่ดินทั้งหมดแก่จำเลยแบบเหมายกแปลงราคาเฉลี่ยไร่ละ 159,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 51,505,267.50 บาท..."

กรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่คำชี้แจงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีตีตกคดี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และการเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ว่า ไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนของการเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ที่ ป.ป.ช. ระบุว่า ยังตรวจสอบไม่พบว่า นายศักดิ์สยาม ได้มีการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น แต่อย่างใด พยานหลักฐานจึงไม่มีมูลให้รับฟังว่า การกระทำของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แทรกแซง หรือมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด

มีข้อมูลสำคัญชุดหนึ่งที่ยังไม่ถูกเปิดเผยเป็นทางการต่อสาธารณชน คือ มติคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินประจำสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง ที่ถือเป็นต้นเรื่องสำคัญในการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น และมีการนำเสนอเรื่องต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาว่า นายศักดิ์สยาม ไม่ได้จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน เพราะเชื่อตามนายศักดิ์สยาม ที่อ้างว่าเพิ่งรู้ว่าหุ้นใน หจก.บุรีเจริญฯ เป็นของตนเองตอนที่ศาล รธน. มีคำวินิจฉัย และมีคำวินิจฉัยว่า ไม่จงใจปกปิด และฟังตามว่าไม่มีส่วนได้เสีย ทั้งที่ศาล รธน.วินิจฉัยแล้วว่า หุ้นใน หจก.บุรีเจริญฯ นั้นเป็นของนายศักดิ์สยาม

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลมติคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินประจำสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง เป็นทางการแล้ว ส่วนหนึ่งของผลพิจารณา ระบุว่า สำหรับกรณีที่ผู้ยื่นไม่แสดงรายการเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญฯ มีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาว่า ผู้ยื่นจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินในกรณีเข้ารับตำแหน่ง และกรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรณีพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือไม่

จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบคำชี้แจง ปรากฏข้อเท็จจริงว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 17 มกราคม ว่า ผู้ยื่นยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญฯ โดยมีนายศุภวัฒน์ เป็นผู้ครอบครองหุ้น และดูแลห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญฯ แทนผู้ยื่นมาโดยตลอด ผู้ยื่นได้มีหนังสือแจ้งไปยังนายศุภวัฒน์ฯ ให้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้โอนหุ้นของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญฯ กลับคืนให้ผู้ยื่น

แต่นายศุภวัฒน์ เพิกเฉย ผู้ยื่นจึงฟ้องนายศุภวัฒน์ ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ปรากฏตามคำฟ้องศาลจังหวัดนนทบุรี คดีหมายเลขดำ ที่ พ1017/2567 วันที่ 29 เมษายน 2567 โดยผู้ยื่น (โจทก์) ได้ยื่นฟ้องนายศุภวัฒน์ (จำเลย) ขอให้นายศุภวัฒน์ กระทำการตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ

ที่แรก! เปิดตัว จนท-สำนวนต้นเรื่อง ชง ป.ป.ช.ตีตกคดีศักดิ์สยาม ซุกหุ้น

ที่แรก! เปิดตัว จนท-สำนวนต้นเรื่อง ชง ป.ป.ช.ตีตกคดีศักดิ์สยาม ซุกหุ้น

ผู้สื่อข่าว Next News รายงานข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2568 สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ราย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2566 (ประกาศเปิดเผยเอกสารเพิ่มเติม) โดยเป็นการยื่นหนังสือขอปรับปรุงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้เป็นปัจจุบันพร้อมเอกสารประกอบ 268 แผ่น โดยมีสิ่งที่ส่งมาด้วย 3 รายการ ได้แก่

1.คำพิพากษาประนีประนอมยอมความ 1 ชุด

2.สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร 2 ฉบับ

3.บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ลงวันที่ 30 มิ.ย. 2568 2 ชุด

โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยื่นเอกสารบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.เพิ่มเติม เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2568

ในส่วนของคำพิพากษาประนีประนอมยอมความ เป็นการประนีประนอมยอมความระหว่าง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กับนายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ โดยนายศักดิ์สยามไม่ติดใจให้นายศุภวัฒน์โอนสิทธิเงินลงทุนใน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น จำนวน 119,499,000 บาท ให้แก่นายศักดิ์สยามอีกต่อไป และนายศุภวัฒน์ตกลงจะซื้อที่ดิน 19 แปลง จำนวน 323 ไร่ 0 งาน 373 ตร.ว. ของนายศักดิ์สยาม ราคาเฉลี่ยไร่ละ 159,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 51,505,267.50 บาท เป็นการตอบแทน

เอกสารประกอบ มี 2 ส่วน ได้แก่

1.รายละเอียดสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2568

2.คำพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาด เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2568

มีรายละเอียดดังนี้

@ สัญญาประนีประนอม: 'ศุภวัฒน์' ซื้อที่ดิน 'ศักดิ์สยาม' 51 ล. แลกไม่โอนหุ้น หจก.บุรีเจริญ

คดีดำหมายเลขที่ พ 328/2568 คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 วันที่ 5 มิ.ย. 2568 ความแพ่ง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ โจทก์

นานศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ จำเลย

เรื่อง ขอให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ

ข้อ 1 โจทก์ไม่ติดใจให้จำเลยโอนสิทธิเงินลงทุนใน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น จำนวน 119,499,000 บาท ให้แก่โจทก์อีกต่อไป และโจทก์ยอมรับว่าจำเลยเป็นผู้ซื้อหุ้นไปจากโจทก์และเป็นผู้มีสิทธิ์ในการถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น จำนวน 119,499,000 บาท โดยเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดชอบ และจำเลยยังคงเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น ซึ่งรายการจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น ณ วันที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความนี้เป็นของจำเลยตามที่ได้จดทะเบียนไว้ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ทุกประการ 

ข้อ 2 โจทก์ยอมรับว่าโจทก์ขายหุ้นให้แก่จำเลย จำเลยจึงเป็นผู้มีสิทธิในการดำเนินธุรกิจและบริหารกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น 

ข้อ 3 เพื่อเป็นการยุติข้อพิพาทกันด้วยดีและเป็นการตอบแทนที่โจทก์ให้สิทธิจำเลยตามข้อ 1-2 ดังกล่าว จำเลยตกลงจะรับซื้อที่ดินของโจทก์เป็นการตอบแทน โดยโจทก์ตกลงจะขายที่ดินทั้งหมดรวม 19 แปลงเนื้อที่ 323 ไร่ 0 งาน 373 ตร.ว. ในอำเภอสะตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยโจทก์ตกลงขายที่ดินทั้งหมดแก่จำเลยแบบเหมายกแปลงราคาเฉลี่ยไร่ละ 159,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 51,505,267.50 บาท ซึ่งโจทก์ขอรับรองว่าที่ดินทั้ง 19 แปลงปลอดภาระผูกพันหรือภาระติดพันใด ๆ ทั้งสิ้น ตลอดจนได้ชำระภาษีบำรุงท้องที่และภาษีอื่นที่เกี่ยวข้องเรียยร้อยแล้ว ทั้งนี้จำเลยตกลงชำระเงินให้แก่โจทก์จนเสร็จสิ้นภายในวันที่ 4 ก.ค. 2568 และโจทก์ตกลงดำเนินการจดทะเบียนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดให้แก่จำเลยภายในวันที่ 9 ก.ค. 2568 ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย ค่าอากรหรือค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ รวมทั้งค่าดำเนินการอื่นใดที่จะเกิดขึ้นในการโอน โจทก์จะเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งสิ้น

ข้อ 4 หากจำเลยเป็นผู้ประพฤติผิดสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 3 จำเลยยินยอมให้โจกท์บังคับคดีชำระหนี้ค่าที่ดินจำนวน 51,505,267.50 บาท ตามที่ได้ตกลงกันไว้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ทันที และจำเลยยินยอมชำระค่าธรรมเนียมการโอนค่าภาษีหักณที่จ่าย ค่าอากรหรือค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ รวมทั้งค่าดำเนินการอื่นใดที่จะเกิดขึ้นในการโอน แต่หากโจทก์ เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ยินดีให้ใช้คำพิพากษาตามยอมแทนการแสดงเจตนาในการโอนกรรมสิทธิ์ ในที่ดินให้แก่จำเลย และโจทก์ ยินยอมชำระค่าธรรมเนียมการโอน ค่าภาษีหักณที่จ่าย ค่าอากร หรือค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ รวมทั้งค่าดำเนินการอื่นใดที่จะเกิดขึ้นในการโอน โจทก์เป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งสิ้น

ข้อ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความให้เป็นพับ

ข้อ 6 โจทก์และจำเลยตกลงตามข้อ 1 ถึงข้อ 5 ทุกประการ โดยไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งใดต่อกันตลอดจนไม่ติดใจดำเนินคดีใด ๆ ต่อกันอีกทั้งทางแพ่งและทางอาญา

@ ศาลพิพากษาให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ

คดีหมายเลขดำ พ 328/2568 คดีหมายเลขแดง 2684/2568

ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 วันที่ 16 มิ.ย. 2568

พิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ คืนค่าขึ้นศาลอุทธรณ์ให้จำเลยเป็นกรณีพิเศษ 7 ใน 8 ส่วน แต่มิให้เหลือน้อยกว่า 200 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่ส่งคืนให้เป็นพับ

อ่าน/ดูเรื่องประกอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ศักดิ์สยาม ชิดชอบ
ป.ป.ช.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องหลัง! คดีออกใบเกิดปลอม โยงเส้นทางเงินกลุ่มสแกมเมอร์ 7.5 หมื่นล.
เบื้องหลัง! คดีออกใบเกิดปลอม โยงเส้นทางเงินกลุ่มสแกมเมอร์ 7.5 หมื่นล.