News Logo
หน้าแรก
ฝ่ายค้านรุมถาม ป.ป.ช. ปมคดี 'ศักดิ์สยาม'ซุกหุ้น-ข้องใจใครสั่งไม่ไต่สวน

ฝ่ายค้านรุมถาม ป.ป.ช. ปมคดี 'ศักดิ์สยาม'ซุกหุ้น-ข้องใจใครสั่งไม่ไต่สวน

26 พ.ค. 2569 19:22
ผู้ชม 29 คน

ฝ่ายค้านรุมถาม ป.ป.ช. ปม ตีตก คดี "ศักดิ์สยาม" ซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญ เผย ป.ป.ช.แจงเหตุไม่ไต่สวนเชิงลึกเพราะต้องพบเจตนาซุกหุ้นก่อน-"ปกรณ์วุฒิ" หวั่นสร้างมาตรฐานใหม่ ถามถ้าไม่พบผิดปกติ ทำไมต้องซักพยานถึง 25 ปาก-"หมอวรงค์" ติง ป.ป.ช.ใช้มาตรฐานคนละแบบกับ ศาล รธน. "ไอติม พริษฐ์" วัชรสินธุ ย้ำยังติดใจกระบวนการ-หลักเกณฑ์ไม่เข้าสู่การไต่สวนเชิงลึก เตรียมยื่นคำร้องต่อปธ.สภาส่งให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรม กก.ไต่สวนอิสระกรรมการ ป.ป.ช. ภายในสัปดาห์หน้า.

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งตัวแทนเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อตอบข้อสงสัยตามคำเชิญของวิปฝ่ายค้าน กรณี ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นประธานการประชุม

นายพริษฐ์ได้กล่าวถึงบริบทของการประชุม โดยระบุว่า มติของ ป.ป.ช. ที่มีการยกคำร้องเกี่ยวกับการตรวจสอบ "คดีซุกหุ้น" ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้สร้างคำถามและข้อสังเกตจาก สส. พรรคฝ่ายค้านบางส่วน ถึงเหตุผลและกระบวนการตัดสินใจว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านกำลังจัดทำคำร้องเพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อให้ส่งต่อประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ เพื่อมาไต่สวนกรรมการ ป.ป.ช. การประชุมในวันนี้จึงเป็นการสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการและหลักเกณฑ์การตัดสินใจจากตัวแทน ป.ป.ช. ซึ่งแม้ไม่ใช่กรรมการโดยตรง แต่สามารถให้ข้อมูลในประเด็นดังกล่าวได้

ตัวแทนจาก ป.ป.ช. ที่เข้าชี้แจงประกอบด้วย นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. (ในฐานะผู้ช่วยเลขาธิการด้านอำนวยการยุติธรรม อาวุโสสูงสุด ซึ่งระบุว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจบัญชีทรัพย์สิน หรือตรวจสอบไต่สวนในเรื่องนี้โดยตรง แต่ได้รับมอบหมายให้ประสานข้อมูลและชี้แจงข้อกฎหมาย), นายศักดิ์ชัย จันทร์แสงวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง, นางสาวอรนุช ซื่อมาก เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน ชำนาญการพิเศษ, ร้อยตำรวจโท ภานุพงศ์ เพียรทำ พนักงานไต่สวน ระดับต้น และนายกฤษฎา วังซ้าย นิติกรชำนาญการ นอกจากนี้ยังมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.และ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี และนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. พรรคประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร้องเรียน เข้าร่วมซักถามอย่างเข้มข้น

ป.ป.ช. แจงกระบวนการพิจารณา 2 ส่วนหลักพร้อมประเด็นจริยธรรม

ตัวแทนจาก ป.ป.ช. กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาในคดีของนายศักดิ์สยามได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก และ 1 ประเด็นที่กำลังดำเนินการอยู่ ดังนี้

  1. การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน: ตัวแทนจาก ป.ป.ช. กล่าวว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบในระดับปกติและตรวจสอบยืนยันเท่านั้น โดยไม่ได้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเชิงลึก ซึ่งการตรวจสอบยืนยันได้รวบรวมเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และบริษัทห้างหุ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง และในเดือนกันยายน 2568 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติว่าไม่พบความผิดปกติ และได้เผยแพร่ผลการตรวจสอบดังกล่าวบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569

  2. การดำเนินการในคดีอาญา: ตัวแทนจาก ป.ป.ช. กล่าวว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามมาตรา 49 ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. ซึ่งเป็นการดำเนินการในหมวดไต่สวนในระดับแรก โดยมีการสอบปากคำพยาน 25 ปาก และรวบรวมเอกสารกว่า 35 รายการ จำนวนกว่า 250 แผ่น รวมถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไม่ดำเนินคดีต่อ (ยกคำร้อง) โดยระบุว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเปิดการไต่สวนเต็มรูปแบบ

ตัวแทนจาก ป.ป.ช. กล่าวต่อว่า คดีจริยธรรมที่เกี่ยวข้องนั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามมาตรา 49 เช่นเดียวกัน สำหรับกรณีแจ้งผลต่อผู้ร้องเรียน เรื่องนี้ต้องขอเรียนว่าในส่วนของผลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินได้มีการประกาศเปิดเผยบนเว็บไซต์ตามมาตรา 111 วรรค 2 เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจดูและแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นพยานหลักฐานใหม่ได้ ส่วนในคดีอาญาและผลการตรวจสอบยืนยันนั้น อยู่ระหว่างการจัดทำหนังสือแจ้งผู้ร้อง ซึ่งเป็นกระบวนการแจ้งผู้ร้องรายอื่นด้วย เนื่องจากมีการร้องเรียนเข้ามาหลายส่วน

ตัวแทนจาก ป.ป.ช.ชี้แจงกับฝ่ายค้าน

ตัวแทนจาก ป.ป.ช.ชี้แจงกับฝ่ายค้าน

ป.ป.ช.แจงต้องพบเจตนาซุกทรัพย์สินก่อน ถึงตรวจเชิงลึกได้

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ตั้งคำถามต่อตัวแทน ป.ป.ช. ถึงหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินใจไม่เข้าสู่การตรวจสอบเชิงลึกสำหรับคดีบัญชีทรัพย์สิน และไม่เปิดการไต่สวนในคดีอาญา รวมถึงเหตุผลของความล่าช้าในการแจ้งผลการดำเนินการแก่ผู้ร้องเรียน โดยระบุว่า ป.ป.ช. ดูเหมือนจะ "ไปไม่สุดซอย" ในการตรวจสอบทั้งสองประเด็น

ตัวแทนจาก ป.ป.ช. ได้ชี้แจงถึงหลักเกณฑ์การตรวจสอบเชิงลึกว่า จะพิจารณาเมื่อมีพฤติการณ์ที่ควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาจงใจไม่ยื่นบัญชี หรือยื่นบัญชีอันเป็นเท็จ หรือซุกซ่อนทรัพย์สิน ซึ่งจะต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายตามข้อ 18 ของระเบียบ สำหรับคดีของนายศักดิ์สยามนั้น เรื่องยังไม่ได้ขึ้นไปถึงขั้นตอนการตรวจสอบเชิงลึก แต่หยุดอยู่ที่การตรวจสอบยืนยัน ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นก็ถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้มีมติแล้ว

ในส่วนของคดีอาญา ตัวแทนจาก ป.ป.ช. กล่าวว่า การตัดสินใจว่าจะเปิดการไต่สวนต่อหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาว่าพยานหลักฐานที่มีเพียงพอต่อการไต่สวนหรือไม่ตามข้อ 45 ของระเบียบไต่สวน ซึ่งเป็นดุลพินิจขององค์อำนาจที่จะพิจารณา ส่วนความล่าช้าในการแจ้งผลนั้น ป.ป.ช.กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการแจ้งผู้ร้อง เนื่องจากมีคำร้องหลายส่วนที่ต้องแจ้งผลไปพร้อมกัน

ข้องใจใครมีมติไม่ให้ตรวจสอบเชิงลึก

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้สอบถามถึงกระบวนการและผู้รับผิดชอบ โดยสงสัยว่าเมื่อมีเบาะแสเข้ามาในปี 2565-2566 การตัดสินใจตรวจสอบเพียงแค่ยืนยันแต่ไม่ตรวจสอบเชิงลึกนั้นเป็นการตัดสินใจของใคร และมติในเดือนกันยายน 2568 ที่ไม่พบความผิดปกติเป็นมติของใคร

ตัวแทนจาก ป.ป.ช. ชี้แจงว่า อำนาจหน้าที่โดยรวมอยู่ภายใต้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ในกระบวนงานนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเสนอเรื่องมายังผู้บังคับบัญชา และหากเข้าเงื่อนไขต้องตรวจสอบยืนยัน ก็ต้องขออนุมัติจากเลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมาย ส่วนมติที่ออกมาเป็นมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และยืนยันว่าเรื่องตรวจสอบยืนยันเสร็จสิ้นและเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไปแล้ว

ด้านนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส. พรรคประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร้องเรียน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสและขาดรายละเอียดว่าใครเป็นผู้ลงนามอนุมัติให้ยุติการตรวจสอบในแต่ละขั้นตอน พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า หากไม่พบความผิดปกติในการปกปิดบัญชีทรัพย์สินซึ่งเป็นมูลฐานของความผิดอื่น เหตุใดจึงมีการตรวจสอบพยานในคดีอาญาถึง 25 ปาก

หวั่นคดี ‘ศักดิ์สยาม’ สร้างบรรทัดฐานใหม่

นายปกรณ์วุฒิยังได้สอบถามเพิ่มเติมอีก 4 คำถามได้แก่ 1.ความแตกต่างระหว่างการตรวจสอบปกติ การตรวจสอบยืนยัน ว่าเป็นอย่างไร 2.ผลกระทบต่อการพิจารณาคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินในอนาคต หากกรณีของนายศักดิ์สยามกลายเป็นบรรทัดฐาน คนอื่นจะอ้างกรณีผิดหลงได้หรือไม่ 3.ที่ตนมายื่นร้องเรียนนั้นต้องใช้เอกสารจำนวนมาก แต่กลับไม่เห็นเอกสารการอนุมัติยุติคดีนี้อยู่บนเว็บไซต์ และ 4.สมมุติว่าหากมีการปกปิดบัญชีเงินจำนวนหลักล้านบาท จะมีการดำเนินการอย่างไร

โดยตัวแทนจาก ป.ป.ช. กล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้นจะมีการดำเนินคดีอย่างแน่นอน แต่ในกรณีของนายศักดิ์สยามมีรายละเอียดที่ซับซ้อนและขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ

นายสาทิตย์ ได้สอบถามถึงเส้นทางการนำเสนอรายงานการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินว่าส่งถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อใด และทำไมจึงมีการเปิดเผยผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งห่างจากการมีมติในเดือนกันยายน 2568 หลายเดือน ตัวแทนจาก ป.ป.ช. กล่าวว่า ไม่เห็นรายละเอียดในสำนวนว่าจะไปถึงการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อใด แต่ยืนยันมติวันที่ 8 กันยายน 2568 และมีการเปิดเผยบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569

ติง ป.ป.ช.กำหนดคนละประเด็นกับ ศาล รธน.

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้สอบถามว่า การกำหนดประเด็นการสอบสวนของ ป.ป.ช. ได้ยึดโยงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยชี้ว่านายศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่งหรือไม่

ตัวแทนจาก ป.ป.ช. ชี้แจงว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถูกนำมาประกอบในสำนวน แต่ประเด็นหลักที่ ป.ป.ช. พิจารณาคือ "เจตนาไม่แสดงบัญชีทรัพย์สิน" ซึ่งอาจไม่ตรงกับประเด็น "คุณสมบัติ" ที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการว่าจะผูกพันเพียงใด

นพ.วรงค์ได้ให้ข้อคิดเห็นว่าหากกำหนดประเด็นการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินโดยอิงบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญที่พบพฤติกรรมนิติกรรมอำพราง ก็จะทำให้การสอบพุ่งเป้าไปที่ประเด็นดังกล่าว และสร้างความน่าเชื่อถือให้ ป.ป.ช. เป็นที่ยอมรับของประชาชน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ตั้งคำถามต่อเนื่องถึงผู้ที่รับผิดชอบและกระบวนการตัดสินใจอย่างละเอียด โดยกล่าวว่าในกรณีของการตรวจสอบทรัพย์สินและคดีอาญา การตัดสินใจไม่ตรวจสอบเชิงลึกหรือไม่เปิดการไต่สวนนั้น ผู้ตรวจสอบทรัพย์สินหรือเจ้าหน้าที่รับผิดชอบได้เสนอให้ดำเนินการถึงขั้นนั้นหรือไม่ และคณะอนุกรรมการกลั่นกรองมีความเห็นเช่นใด ใครเป็นประธานคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเหล่านั้น ตัวแทนจาก ป.ป.ช. กล่าวว่า ในกระบวนงานนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ทำรายงานเสร็จจะนำเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองของแต่ละสำนักก่อน ซึ่งจะมีกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลเป็นประธานอนุกรรมการ แต่ละสำนักจะมีคณะอนุกรรมการแยกกัน ไม่ใช่ชุดเดียวกัน

 

บรรยากาศในห้องประชุม โดยฝั่งขวามือสุดเป็นฝั่งของตัวแทนจาก ป.ป.ช.

บรรยากาศในห้องประชุม โดยฝั่งขวามือสุดเป็นฝั่งของตัวแทนจาก ป.ป.ช.

วิปฝ่ายค้านเตรียมขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยื่นศาลฎีกา

นายพริษฐ์ กล่าวสรุปท้งท้ายว่า ยังคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบทบาทของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการตัดสินใจ ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เอง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่ามีการเสนอให้ตรวจสอบเชิงลึกหรือไต่สวนหรือไม่ และใครเป็นประธานอนุกรรมการกลั่นกรองในแต่ละขั้นตอน ดังนั้น วิปฝ่ายค้านจะทำหนังสือขอเอกสารและข้อมูลรายละเอียดเหล่านี้อย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำคำร้องต่อประธานรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระกรรมการ ป.ป.ช.

ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวทิ้งท้ายว่าฝ่ายค้านมีกำหนดจะยื่นคำร้องภายในสัปดาห์หน้า โดยเน้นย้ำถึงการขอรายละเอียดของตัวผู้เล่น ทั้งบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีส่วนร่วมในขั้นตอนต่างๆ ของ ป.ป.ช.ในการมีมติยกคำร้อง ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ อาทิ ผู้ตรวจสอบทรัพย์สิน หรือเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ไปจนถึงคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งเป็นคณะทำงานที่พิจารณากลั่นกรองเรื่องก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ รวมถึงตัวคณะกรรมการ ป.ป.ช. เอง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจและมีมติสุดท้ายในเรื่องดังกล่าว และฝ่ายค้านจะขอข้อเสนอที่เสนอในแต่ละระดับก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนสุดท้ายที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติด้วยเช่นกัน

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คดีศักดิ์สยามซุกหุ้น
ฝ่ายค้าน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

งบฯปีล่าสุด บ.สยามกัลฟ์ฯ ลูกหนี้ 115 ล.‘พิพัฒน์’ รายได้ 182.7 ล.
งบฯปีล่าสุด บ.สยามกัลฟ์ฯ ลูกหนี้ 115 ล.‘พิพัฒน์’ รายได้ 182.7 ล.