"...จากข้อมูลสัญญาเงินกู้ข้างต้น จะเห็นว่าในสัญญาระบุไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่หัวกระดาษว่า ไม่มีหลักประกันและไม่มีดอกเบี้ย และยังไม่มีกำหนดคืนที่แน่นอน เหล่านี้เป็นข้อมูลสัญญาเงินให้กู้ของนายวรศิษฎ์ แก่บริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาของนายวรศิษฎ์..."
สืบเนื่องสำนักข่าว Next News รายงานข้อมูลทรัพย์สินและหนี้สินของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2568
นายวรศิษฎ์ พร้อมด้วย นางขวัญชนก ไพรพนาพงศ์ คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 49,035,984 บาท แจ้งมีหนี้สินทั้งสิ้น 5,466,596 บาท ซึ่งรายการทรัพย์สินที่น่าสนใจของนายวรศิษฎ์ คือ เงินให้กู้ยืม 1 รายการ แก่บริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา จำกัด มูลค่า 20,000,000 บาท

ทรัพย์สิน 49 ล้าน 'วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์' มท.4-เงินให้กู้ยืม 20 ล.
ต่อไปมาดูรายละเอียดของสัญญาเงินกู้ฉบับนี้กัน
ผู้สื่อข่าว Next News ตรวจสอบข้อมูลของสัญญาเงินให้กู้ยืมฉบับนี้ที่สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบข้อมู ลที่น่าสนใจ ดังนี้
สัญญากู้ยืมเงินทั่วไป
(แบบไม่มีหลักประกันและไม่มีดอกเบี้ย)
ทําที่ บริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา จำกัด
วันที่ 10 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2566
ข้าพเจ้า บริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา จำกัด (โดย นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ เป็นผู้มีอำนาจลงนาม) อยู่บ้านเลขที่ 999 หมูที่ 3 ตําบล กําแพง อําเภอ ละงู จังหวัด สตูล
ในฐานะผู้กู้ฝ่ายหนึ่ง กับ
ข้าพเจ้า นายวรสิทธิ์ เลียงประสิทธิ์ อายุ 34 อยู่บ้านเลขที่ (ปิดข้อมูล) หมูที่ 12 ตำบล กำแพง อำเภอ ละงู จังหวัด สตูล
ในฐานะผู้ให้กู้อีกฝ่ายหนึ่ง
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทําสัญญาดังความต่อไปนี้
ข้อที่ 1. ผู้กู้ตกลงกู้เงินและผู้ให้กู้ตกลงให้กู้เงินจำนวน 20,000,000 บาท และผู้กู้ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
วันที่ 3/5/2566 จำนวนเงิน 5,000,000 บาท เข้าบัญชี (ปิดข้อมูล) ชื่อบัญชี บริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา ธนาคาร กรุงไทย จำกัด สาขา ละงู
วันที่ 8/5/2566 :
ครั้งที่ 1 จำนวนเงิน 2,000,000 บาท
ครั้งที่ 2 จำนวนเงิน 1,400,000 บาท
ครั้งที่ 3 จำนวนเงิน 5,000,000 บาท เข้าบัญชี (ปิดข้อมูล) ชื่อบัญชี เกียรติเจริญชัยการโยธา ธนาคาร กรุงไทย จำกัด สาขา ละงู
วันที่ 10/5/2566 :
ครั้งที่ 1 จำนวนเงิน 5,000,000 บาท
ครั้งที่ 2 จำนวนเงิน 1,600,000 บาท เกียรติเจริญชัยการโยธา ธนาคาร กรุงไทย จำกัด สาขา ละงู
ข้อที่ 2. ผู้กู้จะจ่ายเงินคืนตามสัญญาเมื่อผู้กู้มีความพร้อมที่จะชำระเงินคืนโดยไม่กำหนดวันที่แน่นอน
บริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา จำกัด ผู้กู้
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ผู้ให้กู้
นางสาวสุรีรัตน์ ทองด้วง พยาน
นางสาว (เขียนด้วยลายมือจึงไม่สามารถระบุชื่อได้) นามสกุล แก้วมีศรี พยาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน้าถัดไปจากสัญญาเงินกู้ยังมีเอกสาร อ.ส. 5 ใบสลักหลังตราสาร มีตราประทับกรมสรรพากร จำนวน 2 แผ่น (ทั้งสองแผ่นรูปไม่ชัดจึงทำให้ไม่สามารถระบุข้อมูลได้อย่างละเอียด)
แผ่นที่ 1 อ่านข้อมูลไม่ได้เพราะหน้ากระดาษเป็นเงาสีดำและตัวหนังสือเลือนมาก ส่วนข้อมูลที่เห็นและอ่านได้ คือ มูลค่าตราสาร 0 บาท
แผ่นที่ 2 ข้อมูลบางส่วนตัวหนังสือไม่ชัด จึงบันทึกมาเฉพาะส่วนที่เห็นชัด คือ มูลค่าตราสาร 20,000,000 บาท
ค่าอากรแสตมป์ 10,000 บาท
เงินเพิ่ม 12,500 บาท
รวมเงิน 22,500 บาท
จากข้อมูลสัญญาเงินกู้ข้างต้น จะเห็นว่าในสัญญาระบุไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่หัวกระดาษว่า ไม่มีหลักประกันและไม่มีดอกเบี้ย และยังไม่มีกำหนดคืนที่แน่นอน
เหล่านี้เป็นข้อมูลสัญญาเงินให้กู้ของนายวรศิษฎ์ แก่บริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาของนายวรศิษฎ์
อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง




