Next News - ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ศาสตร์สรรค์ จันทร์แก้ว' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนชา สุราษฎร์ธานี นำรถยนต์ราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวมิชอบ ไม่คำนึงถึงกม. ทำของเสื่อมเสียหาย ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 8 พิพากษาลงโทษ จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา หลังรับสารภาพ
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายศาสตร์สรรค์ จันทร์แก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนชา จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำรถยนต์ราชการหมายเลขทะเบียน กม 9510 สุราษฎร์ธานี ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 151, 157 ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า นายศาสตร์สรรค์ จันทร์แก้ว จำเลยมีความผิดตามกฏหมาย ให้ลงโทษมาตรา 151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด
จำคุก 5 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามป.อ. มาตรา 78
คงจำคุก 2 ปี
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและระเบียบของทางราชการ แม้ภายหลังจะได้เป็นผู้ชำระค่าซ่อมรถด้วยตนเอง แต่ก็ทำให้รถยนต์ของทางราชการเสียหายและเสื่อมราคาลงอย่างมาก
จึงไม่สมควรรอการลงโทษ
ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษ จำคุกของจำเลย ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดี หมายเลขดำที่ อท 91/2568 ของศาลนี้เนื่องจากคดีดังกล่าว ศาลยังมิได้มีคำพิพากษา จึงไม่อาจนับโทษต่อให้ได้ให้ยกคำขอ ในส่วนนี้
เบื้องต้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

picppccar16-1-68




