ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา "พรชัย โควสุรัตน์" อดีตนายก อบจ.อุบลราชธานี โอนงบประมาณรายจ่ายโครงการแสวงหาผลประโยชน์มิชอบ 70 ล้าน ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาลงโทษ พวก 1 ราย คือ "สุรกิจ มุขสมบัติ" อดีตปลัดฯ จำคุก 2 ปี ชี้พฤติการณ์คดีเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่รอลงอาญา
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายพรชัย โควสุรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุบลราชธานี กับพวก โอนงบประมาณรายจ่ายโครงการเอาชนะความแห้งแล้งด้วยชลประทานระบบท่อ ในปีงบประมาณ 2556 และปีงบประมาณ 2557 ไปเป็นงบประมาณในหมวดอื่น ซึ่งมีลักษณะเป็นการนำไปใช้จ่ายและแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา
โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อ นายสุรกิจ มุขสมบัติ อดีตปลัด อบจ.อุบลราชธานี เป็นจำเลยเพียงรายเดียว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาว่า นายสุรกิจ มุขสมบัติ จำเลยมีความผิดตามกฎหมาย ตามมาตรา 157
ลงโทษจำคุก 3 ปี
ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว เห็นว่า การโอนงบประมาณในคดีนี้มีจำนวนสูงถึง 70,000,000 บาท พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง กรณีจึงไม่สมควรรอการลงโทษให้จำเลย ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 มีมติเห็นชอบไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 3
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารป.ป.ช.แสดงรายละเอียดคดีนี้
ส่วน นายพรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายก อบจ.อุบลราชธานี นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหลบหนี หลังถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกหลายคดี ได้แก่ คุก 20 ปี และ 2ปี จากคดีทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์ส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี งบอุดหนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2550 ที่มีองค์การค้าของคุรุสภา ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคดีทุจริตก่อสร้างสะพาน วงเงิน 2.7 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีคดีค้างอยู่ระหว่างการสอบสวนจำนวนมากกว่า 25 คดี ถูกออกหมายจับไปแล้วกว่า 15 หมาย
ขณะที่ เมื่อวันที่ 12 ก.ย.2567 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์สินที่ดินจำนวน 34 แปลง รวมมูลค่า 93,473,640 บาท ของ นายพรชัย ตกเป็นของแผ่นดิน อันเป็นผลสืบเนื่องจากคดีร่ำรวยผิดปกติ ที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด และส่งเรื่องให้ อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ขอให้ศาลฯ สั่งทรัพย์สินเหล่านี้ตกเป็นของแผ่นดินไปแล้ว
ที่ผ่านมา มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสี่หน่วยงานได้ตั้งรางวัลสำหรับผู้ชี้ช่องหรือชี้เบาะแสเป็นจำนวน 400,000 บาท ให้ หากสามารถจับกุมตัว นายพรชัย ได้

พรชัย โควสุรัตน์





