ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา เรือตรีสายันห์ ชารีวรรณ หรือ ธนสิษฐ์ นุทัตตา อดีตนายทหารบัญชี หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ทุจริตเบียดบังเงินกองทัพเรือไปเป็นประโยชน์ส่วนตน ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 2 พิพากษาลงโทษจำคุก 18 ปี 54 เดือน คืนเงิน1,921,271 บาท หลังรับสารภาพ ไม่รอลงอาญา - ยกฟ้องพวก 1 ราย แต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา เรือตรีสายันห์ ชารีวรรณ หรือนายธนสิษฐ์ นุทัตตา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายทหารบัญชี กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ กับพวก คือ นางสาวนิตยา ทับสุวรรณ ทุจริตในการเบิกจ่ายเงินและเบียดบังเงินของทางราชการไปเป็นประโยชน์ส่วนตน ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 , 151 และ 157 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช.พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 , 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 มีคำพิพากษาดังนี้
1.เรือตรีสายันห์ ชารีวรรณ หรือนายธนสิษฐ์ นุทัตตา จำเลยที่ 1 มีความผิดตามป.อ. มาตรา 147 และ 151 พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172
การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ความผิดตามฟ้องในแต่ละข้อเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยที่ 1 ตาม ป.อ.มาตรา 90
แต่กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดมีระวางโทษเท่ากันจึงให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 147 เพียงบทเดียว
จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 9 กระทง
จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78
คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 9 กระทง เป็นจำคุก 18 ปี 54 เดือน
ให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 1,921,271 บาท แก่กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือผู้เสียหาย
2.ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 แต่ให้ขังจำเลยที่ 2 ไว้ในระหว่างอุทธรณ์
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามที่อัยการสูงสุด (อสส.) หารือไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงรายละเอียดผลคดีของป.ป.ช.





