News Logo
หน้าแรก
จากรอลงอาญา-เจอคุก 30 ปี! อดีตนายก อบต.พิมลราช เบิกจ่ายค่าจ้างมิชอบ

จากรอลงอาญา-เจอคุก 30 ปี! อดีตนายก อบต.พิมลราช เบิกจ่ายค่าจ้างมิชอบ

1 ก.พ. 2569 07:42
ผู้ชม 354 คน

ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ลำพอง นามพันธ์' อดีตนายก อบต.พิมลราช นนทบุรี เบิกจ่ายเงินค่าจ้าง-วัสดุครุภัณฑ์โครงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับเงินตามเช็คโดยมิชอบ ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุก 30 ปี หลังก่อนหน้านี้ โดน 6 ปี ได้รอลงอาญา พวกอีก 2 ราย เจอคนละ 50 ปี

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายลำพอง นามพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พิมลราช อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี (ปี 2557 ยกสถานะเป็นเทศบาลเมือง) กับพวก คือ นายวิรัติ ปีดแก้ว นางสาวจรรยา ชาญวิชัย เบิกจ่ายเงินค่าจ้างและค่าวัสดุครุภัณฑ์โครงการต่างๆ และแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับเงินตามเช็คโดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 151, 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1

จากเดิมมีคำพิพากษา ดังนี้

  • 1. นายลำพอง นามพันธ์ จำเลยที่ 1 นายวิรัติ ปีดแก้ว จำเลยที่ 2 และนางสาวจรรยา ชาญวิชัย จำเลยที่ 3 มีความผิดตามกฏหมาย

  • ลงโทษจำคุก นายลำพอง นามพันธ์ จำเลยที่ 1 จำนวน 6 กระทง รวม 6 ปี ปรับ 30,000 บาท

  • ลงโทษจำคุก นายวิรัติ ปีดแก้ว จำเลยที่ 2 มีกำหนด 26 ปี

  • ลงโทษจำคุก นางสาวจรรยา ชาญวิชัย จำเลยที่ 3 มีกำหนด 10 ปี และปรับ 50,000 บาท

  • 2. รอลงอาญาโทษจำคุก นายลำพอง นามพันธ์ จำเลยที่ 1 และ นางสาวจรรยา ชาญวิชัย จำเลยที่ 3 ไว้มีกำหนด 2 ปี

แก้เป็น

  • จำเลยทั้งสามมีความผิดตามมาตรา 151 (เดิม), 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุก กระทงละ 5 ปี

  • จำเลยที่ 1 รวม 6 กระทง จำคุก 30 ปี

  • จำเลยที่ 2 และที่ 3 รวม 10 กระทง จำคุกคนละ 50 ปี ไม่ลงโทษปรับและไม่รอการลงโทษ จำเลยที่ 1 และ ที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) หารือไม่ฏีกาคำพิพากษา

สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.

กล่าวสำหรับ นายลำพอง นามพันธ์ ก่อนหน้านี้ ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดและศาลมีพิพากษาตัดสินไปแล้ว 4 คดี

@ คดีแรก

- กรณีทุจริตในการเบิกเงินค่าจ้างเหมาปรับสถานที่เพื่อใช้ในโครงการสืบสานประเพณีวันสงกรานต์

นายลำพอง นามพันธ์ ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ,157 และมาตรา 161 (1) ,(4) ประกอบมาตรา 83 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 พร้อมพวก คือ นายทินกฤต หรือ วิรัตน์ ปีดแก้ว และนางสาวจรรยา ชาญวิชัย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2564 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาว่า นายลำพอง นามพันธ์ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 151 จำคุก 5 ปี และปรับ 20,000 บาท

นายลำพอง นามพันธ์ ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท โดยโทษจำคุก ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

ยกฟ้อง สำหรับ นายทินกฤต หรือ วิรัตน์ ปีดแก้ว จำเลยที่ 2 และ นางสาวจรรยา ชาญวิชัย จำเลยที่ 3

@ คดีสอง

- กรณีทุจริตในการเบิกจ่ายเงินค่าจ้างเหมาปรับสถานที่เพื่อใช้ในโครงการสืบสานประเพณีวันสงกรานต์

นายลำพอง นามพันธ์ ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 , 157 และ 162(1)(4) ประกอบมาตรา 83 (แต่มาตรา 162 (1) (4) ขาดอายุความ) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2562 พร้อม นายวิรัติ ปีดแก้ว นางสาวจรรยา ชาญวิชัย

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2567 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาดังนี้

1. นายลำพอง นามพันธ์ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามกฎหมาย จำคุก 6 ปี และปรับเงิน 30,000 บาท

2. นายวิรัติ ปีดแก้ว จำเลยที่ 2 มีความผิดตามกฎหมาย รวมลงโทษจำคุก 26 ปี

3. นางสาวจรรยา ชาญวิชัย จำเลยที่ 3 มีความผิดตามกฎหมาย รวมจำคุก 10 ปี และปรับเงิน 50,000 บาท

4. ไม่ปรากฏว่า นายลำพอง นามพันธ์ จำเลยที่ 1 นางสาวจรรยา ชาญวิชัย จำเลยที่ 3 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอลงการลงโทษไว้ 2 ปี

5. นับโทษจำคุกนายวิรัติ ปีดแก้ว จำเลยที่ 2 ต่อจากโทษคดีเดิม

@ คดีสาม

- กรณีทุจริตในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ โดยกระทำการแก้ไขชื่อผู้รับเงินในเช็คเป็นพนักงานขับรถยนต์ที่มิใช่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินตามเช็ค

นายลำพอง นามพันธ์ ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 ประกอบมาตรา 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2564

คดีนี้ ปรากฏชื่อ นายวิรัติ ปีดแก้ว เป็นจำเลยที่ 1 นายบุญเรศ หนูขาว จำเลยที่ 2 นางสาวจรรยา ชาญวิชัย จำเลยที่ 3 และนายลำพอง นามพันธ์ เป็นจำเลยที่ 4

เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาว่า นายวิรัติ ปีดแก้ว จำเลยที่ 1 มีความผิดตามกฎหมาย ให้ลงโทษตามมาตรา 151 ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 18 กระทง เป็นจำคุก 90 ปี และตาม ป.อ. มาตรา 157 (เดิม) จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 91 กระทง เป็นจำคุก 91 ปี

รวมโทษทุกกระทงแล้ว ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 50 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) นับโทษ จำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีเดิม

ส่วน นายบุญเรศ หนูขาว จำเลยที่ 2 นางสาวจรรยา ชาญวิชัย จำเลยที่ 3 และนายลำพอง นามพันธ์ เป็นจำเลยที่ 4 ให้ยกฟ้อง

@ คดีที่สี่

กรณี จัดจ้างปรับสถานที่จัดงาน 5 ธันวามหาราช 2550 ด้วยวิธีพิเศษ โดยจงใจไม่ดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคา ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2538 และจัดทำเอกสารการจัดจ้างเป็นเท็จ

นายลำพอง นามพันธ์ ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 และ 162 (1) (4) ประกอบ มาตรา 86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 พร้อมกับนายวิรัติ ปิดแก้ว นายอร่าม มามีเกตุ

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาดังนี้

1. นายวิรัติ ปิดแก้ว จำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 151 (เดิม) จำคุก 5 ปี ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชนแ์ก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตาม มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง

คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน นับโทษต่อจากโทษคดีเดิม

2. นายอร่าม มามีเกตุ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน

3. ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับ นายลำพอง นามพันธ์ จำเลยที่ 1

จากข้อมูลข้างต้น นับรวมคดีล่าสุด ที่ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาสั่งลงโทษ จำคุก 30 ปี เท่ากับว่า นายลำพอง ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดและถูกศาลพิพากษาตัดสินไปแล้ว จำนวน 5 คดี

คดีแรก โทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน ได้รอลงอาญา 2 ปี , คดีสอง จำคุก 6 ปี ได้รอลงอาญา 2 ปี , คดีสาม ได้ยกฟ้อง , คดีที่สี่ ได้ยกฟ้อง

ส่วน คดีล่าสุด หรือนับเป็นคดีที่ห้า กรณีเบิกจ่ายเงินค่าจ้างและค่าวัสดุครุภัณฑ์โครงการต่างๆ และแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับเงินตามเช็คโดยมิชอบ ที่โดนโทษจำคุก 30 ปี นับเป็นคดีแรกที่ นายลำพอง โดนลงโทษจำคุก โดยไม่รอลงอาญา หรือยกฟ้อง

ส่วนคดีอื่น ๆ แม้จะได้รอลงอาญาหรือยกฟ้องมาตลอด แต่ก็เป็นผลคำพิพากษาศาลชั้นต้นเท่านั้น ขณะที่ จำเลย ก็มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

Author Avatar

ผู้เขียน

มนตรี จุ้ยม่วงศรี
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานปปช
พิมลราชนนทบุรี



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สตง.พบ39 หน่วยงาน ใช้งบอบรม-สัมมนามิชอบ-เบิกจ่ายเท็จ รัฐเสียหาย 124 ล.
สตง.พบ39 หน่วยงาน ใช้งบอบรม-สัมมนามิชอบ-เบิกจ่ายเท็จ รัฐเสียหาย 124 ล.