เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'สมพงษ์ ยูงทอง' อดีตรองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์มหาวิทยาลัยมหิดล ทุจริตจัดจ้างก่อสร้างห้องน้ำชาย ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้รอลงอาญาโทษคุก 5 ปี -พร้อมพวก 1 ราย ที่โดน 2 ปี 16 เดือน - ป.ป.ช.เห็นชอบตาม อสส. ไม่ฎีกาสู้ต่อ
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสมพงษ์ ยูงทอง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์มหาวิทยาลัยมหิดล กับพวก คือ นางสาวจนนยา กวางแก้ว ทุจริตในการดำเนินการจัดจ้างก่อสร้างห้องน้ำชายนอกอาคาร ณ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 8, 9, 11 ประกอบ ปอ. มาตรา 86 และ พ.ร.ป ป.ป.ช. พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 ประกอบ ปอ. มาตรา 86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2564
ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2564 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6
จากเดิมที่มีคำพิพากษาว่า
1. นายสมพงษ์ ยูงทอง จำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 8 มาตรา 9 สำหรับการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทแต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตาม มาตรา 9
จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี
ให้นับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อ จากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 67/2563 หมายเลขแดงที่ อท 16/2564 ของศาลนี้
2. นางสาวจนนยา กวางแก้ว จำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 8 มาตรา 9 ประกอบ ปอ.มาตรา 86 สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ลงโทษตามมาตรา 9 ประกอบ ปอ. มาตรา 86
จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 16 เดือน
แก้เป็นว่า
1. ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 8 และลงโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 8 ประกอบ ป.อ.มาตรา 86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90
จำคุก จำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี และปรับ 30,000 บาท
จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 16 เดือน และปรับ 20,000 บาท
2. โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองฟังตาม ป.อ.มาตรา 56
หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ.มาตรา 29,30 ยกคำขอนับโทษต่อสำหรับจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในกรณีที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
สำหรับพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 8 ระบุว่า ผู้ใดเป็นพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การ บริษัทจำกัดห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
มาตรา 9 ผู้ใดเป็นพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้ามีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท152 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.





