News Logo
หน้าแรก
คดีคุก 1 ปี ชัยวัฒน์ ยังไม่จบ ป.ป.ช.อุทธรณ์สู้ให้ลงโทษพ.ร.บ.ฮั้ว ม.12

คดีคุก 1 ปี ชัยวัฒน์ ยังไม่จบ ป.ป.ช.อุทธรณ์สู้ให้ลงโทษพ.ร.บ.ฮั้ว ม.12

6 ก.พ. 2569 07:39
ผู้ชม 189 คน

คดี "ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร" อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดนคุก 1 ปี หลังศาลฯชี้ผิดมาตรา 157 ตรวจรับงานก่อสร้างอาคารที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยคมกฤตมิชอบ ยังไม่จบ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติขออุทธรณ์สู้ ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12 ด้วย

สำนักข่าว Next News รายงานว่า จากกรณีปรากฏข่าวในช่วงเดือนกันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาตัดสินในคดีพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 7 เป็นโจทก์ (แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำเลยที่ 1 และพวกรวม 7 คน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานดำเนินการโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยคมกฤต อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยมิชอบ

โดยศาลฯ ให้จำคุกนายชัยวัฒน์ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยที่ 2-7 ยกคำฟ้อง ซึ่งศาลอนุญาตให้นายชัยวัฒน์ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 300,000 บาท

ล่าสุด สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการป.ป.ช. เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 พิจารณาแล้วมีมติเห็นควรอุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลดังกล่าว ในประเด็นที่ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) มาตรา 12

สำหรับรายละเอียดผลคำพิพากษาคดีนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 7 ราย คือ นายดวงเพชร หรือดวง สังข์ทอง จำเลยที่ 2 นายณัตศน ผิวผ่อง จำเลยที่ 3 นายสุวัฒน์ วัดสุวรรณ์ จำเลยที่ 4 นายบัณฑิต เก่งทอง จำเลยที่ 5 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ท่ายางคอนสตรัคชั่น จำเลยที่ 6) ห้างหุ้นส่วนจ ากัด เพชรบุรียุทธนาก่อสร้าง จำเลยที่ 7 ถูกกล่าวหาดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยาน (ห้วยคมกฤต) อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยมิชอบ ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 157 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4 และมาตรา 12 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 ) ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 157 (เดิม) และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1

การกระทำของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 1 ปี 6 เดือน

คำเบิกความของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี

ยกฟ้องโจทก์สำหรับ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ข้อหาและคำ ขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

สำหรับ พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ มีความผิดฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปี ถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารเผยแพร่ผลคดีนี้ของ ป.ป.ช.

เอกสารเผยแพร่ผลคดีนี้ของ ป.ป.ช.

ส่วนมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2566 มีมติเอกฉันท์ เห็นชอบตามรายงานผลการไต่สวนว่า นายชัยวัฒน์ มีมูลความผิดทางอาญา และวินัยร้ายแรง

ความผิดทางอาญา นายชัยวัฒน์ ถูกชี้มูลฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ฐานตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือโดยการกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้าหรือบริการอื่นต่อหน่วยงานของรัฐ หรือโดยการเอาเปรียบแก่หน่วยงานของรัฐ อันมิใช่เป็นไปในทางประกอบธุรกิจปกติ และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) มาตรา 4 และมาตรา 12 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1

ส่วนความผิดทางวินัย ถูกชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 85(1) และ (4)

ขณะที่ ผู้ถูกกล่าวหาในชั้นไต่สวนคดีนี้ มีจำนวนนับสิบราย หลายรายถูกตีตกข้อกล่าวหา บางรายถูกกันตัวไว้เป็นพยาน นอกจากนายชัยวัฒน์ ที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้ว ยังมีนายดวงเพชร หรือ ดวง สังข์ทอง นายณัตศน ผิวผ่อง นายสุวัฒน์ วัดสุวรรณ์ นายบัณฑิต เก่งทอง ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ท่ายางคอนสตรัคชั่น หจก.เพชรบุรียุทธนาก่อสร้าง ถูกชี้มูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าพนักงานด้วย ส่วนนายทัศนะ ศรีวิลาศ และนายสนอง กิจพ่วงสุวรรณ ได้ถึงแก่ความตายแล้ว ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ

ขณะที่เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ในขณะนั้น มีคำสั่งไล่ออกจากราชการ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จากกรณีถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดในคดีฮั้วประมูลก่อสร้างอาคารหน่วยพิทักษ์อุทยานแก่งกระจาน และผ่านการพิจารณาของ อ.ก.พ. กระทรวงฯ มีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2567 เป็นต้นไป 

นายชัยวัฒน์ มีสิทธิ์ในการฟ้องคดีต่อศาลปกครองหรือการอุทธรณ์คำสั่งต่อ ก.พ.ค.ทางใดทางหนึ่ง

หมายเหตุภาพประกอบปก จาก https://themomentum.co

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ชัยวัฒน์
คดีทุจริต
ป.ป.ช.ชี้มูล



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อานนท์' อดีตผอ.สทอภ.รอด! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง คดีใช้รถส่วนกลาง
'อานนท์' อดีตผอ.สทอภ.รอด! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง คดีใช้รถส่วนกลาง