"...แม้ในเรื่องนี้ผู้ถูกกล่าวหาจะอ้างว่า ผู้ถูกกล่าวหา มิได้มีเจตนาที่จะกระทำการอันฝ่าฝืนต่อมาตรฐานทางจริยธรรมฯ จึงไม่อาจเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรงได้ก็ตาม แต่การพิจารณาเพื่อหยั่งทราบเจตนาที่แท้จริงของผู้ถูกกล่าวหาว่าได้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวโดยมีวัตถุประสงค์เช่นใด ย่อมเป็นไปตามหลัก “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา”..."
กรณีปรากฏข่าวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล กับพวกรวม 44 คน ถูกร้องในความผิดฐานฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมกันลงชื่อยื่นกรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ( มาตรา 112) และเตรียมยื่นส่งฟ้องต่อศาลฎีกาต่อไป นั้น

ภาพประกอบรายงาน
เบื้องหลัง! ป.ป.ช.มติเอกฉันท์ชี้มูล อดีต 44 สส.ก้าวไกล เสนอแก้ ม.112
เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ! ป.ป.ช.แถลงมติเอกฉันท์ชี้มูล'พิธา-พวก' 44 คน
บันทึกประวัติศาสตร์! คำพิพากษายุบก้าวไกล ชนวน ป.ป.ช.ฟันพิธา-พวก 44 คน
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า ล่าสุดได้รับการยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดในคดีนี้ ฉบับเต็ม ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว ซึ่งมี 3 ประเด็นหลัก คือ 1. การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาตามองค์ประกอบความผิด 2. การเสนอร่าง พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ( แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) แก้ไขประมวลกฏหมายอาญาที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 รายเสนอนั้น มีเนื้อหาที่ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ และ 3.เมื่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน เสนอมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและจารีตประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแล้ว การเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นการจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรงตามที่ถูกกล่าวหา หรือไม่
โดยได้นำเสนอข้อมูลในส่วนมติ ป.ป.ช.พิจารณาประเด็นแรก ว่าด้วยการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาตามองค์ประกอบความผิดก่อน และประเด็นที่สอง ว่าด้วยการเสนอร่าง พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ( แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) แก้ไขประมวลกฏหมายอาญาที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 รายเสนอนั้น มีเนื้อหาที่ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่

ภาพประกอบรายงาน (2)
ฉบับเต็ม(1) มติป.ป.ช.ชี้มูล 44 ก้าวไกล เสนอแก้ ม.112-เจตนามีนัยสำคัญ
ฉบับเต็ม(2)มติป.ป.ช.ชี้มูล44 ก้าวไกลแก้ม.112 -เอื้อคนคิดล้มล้างสถาบันฯ
ในตอนนี้จะขอนำเสนอข้อมูลมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่พิจารณาประเด็นสามว่าด้วย เมื่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน เสนอมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและจารีตประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแล้ว การเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นการจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรงตามที่ถูกกล่าวหา หรือไม่ รวมถึงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีนี้ ซึ่งมีประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ในเรื่องนี้ผู้ถูกกล่าวหาจะอ้างว่า ผู้ถูกกล่าวหา มิได้มีเจตนาที่จะกระทำการอันฝ่าฝืนต่อมาตรฐานทางจริยธรรมฯ จึงไม่อาจเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรงได้ก็ตาม แต่การพิจารณาเพื่อหยั่งทราบเจตนาที่แท้จริงของผู้ถูกกล่าวหาว่าได้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวโดยมีวัตถุประสงค์เช่นใด ย่อมเป็นไปตามหลัก “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา” (Acta exteriora indicant interiora secreta) การไต่สวนในกรณีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความผิดตามมาตรฐานทางจริยธรรม เสมือนเป็นบทลงโทษทางวินัยที่บัญญัติขึ้นเพื่อควบคุมพฤติกรรมของนักการเมือง ซึ่งยังไม่มีศาลหรือองค์กรตุลาการใดวินิจฉัยในส่วนนี้มาก่อน แม้จะเป็นการพิจารณาจากข้อเท็จจริงในมูลเหตุเกี่ยวเนื่องกัน แต่เป็นคดีคนละประเภท เพราะเหตุแห่งการพิจารณาคดี วัตถุประสงค์ของการดำเนินคดี และสภาพบังคับที่แตกต่างกัน กรณีจึงไม่เป็นการพิจารณาคดีซ้ำหรือลงโทษซ้ำในการกระทำความผิดเรื่องเดียวกัน
แม้การเสนอนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพื่อหาเสียงเลือกตั้ง ในปี 2566 จะไม่ได้อยู่ในช่วงที่ผู้ถูกกล่าวหามีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และไม่อยู่ภายใต้บังคับมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ก็ตาม แต่พฤติการณ์ดังกล่าวไม่อาจลบล้างผลของการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) แต่อย่างใด
การที่ผู้ถูกกล่าวหาบางกลุ่มชี้แจงว่าไม่ได้สนับสนุนหรือเห็นด้วยกับแนวคิดการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงไม่อาจรับฟังได้
ปรากฏรายละเอียดดังต่อไปนี้
@ เมื่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน เสนอ มีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและจารีตประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแล้ว การเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นการจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรงตามที่ถูกกล่าวหา หรือไม่
ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ในเรื่องนี้ผู้ถูกกล่าวหาจะอ้างว่า ผู้ถูกกล่าวหา มิได้มีเจตนาที่จะกระทำการอันฝ่าฝืนต่อมาตรฐานทางจริยธรรมฯ จึงไม่อาจเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ อย่างร้ายแรงได้ก็ตาม แต่การพิจารณาเพื่อหยั่งทราบเจตนาที่แท้จริงของผู้ถูกกล่าวหาว่าได้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวโดยมีวัตถุประสงค์เช่นใด ย่อมเป็นไปตามหลัก “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา” (Acta exteriora indicant interiora secreta)
กล่าวคือ การกระทำย่อมแสดงให้เห็นถึงความประสงค์ของผู้กระทำ โดยปรากฏข้อเท็จจริงในทางไต่สวนว่า ผู้ถูกกล่าวหากับพวกทราบ และควรทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างดี จากการแจ้งของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรถึงสามครั้งว่า ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันเสนอนั้น ขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญ และขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 68–29/2555 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2555 แต่ผู้ถูกกล่าวหากลับยังคงยืนยันที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติอันมีเนื้อความขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยถึงสองครั้ง
กรณีดังกล่าวจึงไม่อาจอ้างได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีเจตนาเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาที่มีเนื้อหาขัดต่อกฎหมาย และการที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า เหตุที่กระทำการลงลายมือชื่อเพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น เป็นการทำตามมติของที่ประชุมพรรคก้าวไกลซึ่งเป็นนิติบุคคล แต่นิติบุคคลดังกล่าวย่อมแสดงเจตนาผ่านบุคคลธรรมดา
ดังนั้น ผู้ถูกกล่าวหา จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การแสดงเจตนาของตน
อนึ่ง ข้อเท็จจริงที่ว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งข้อทักท้วงหรือยับยั้ง มิให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ดังกล่าว มิได้ส่งผลโดยตรงต่อการวินิจฉัยของคณะกรรมการไต่สวนเกี่ยวกับการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิดตามเรื่องนี้แต่อย่างใด
หากแต่เป็นข้อเท็จจริงที่ใช้ประกอบการพิจารณาถึงเจตนาที่แท้จริงของผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น เพราะแม้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะมิได้แจ้งข้อบกพร่องดังกล่าวก็ตาม แต่การเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมข้างต้นนั้นก็เป็นความผิดอยู่แล้วในตัวเอง
ส่วนการเพิกเฉยไม่แก้ไขตามข้อทักท้วงของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ย่อมแสดงให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าว ผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาที่จะลดทอนความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ลง เพราะไม่นำพาต่อข้อเท็จจริงที่ได้รับแจ้ง
ส่วนกรณีที่มีผู้ถูกกล่าวหาบางรายถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ในคดีที่เกี่ยวเนื่องกันนี้แล้ว จึงไม่อาจถูกพิจารณาคดีซ้ำในความผิดเดียวได้ ตามหลัก “บุคคลจะไม่ถูกพิจารณาคดีซ้ำในความผิดเดียว”
พิจารณาแล้วเห็นว่า การไต่สวนในกรณีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความผิดตามมาตรฐานทางจริยธรรม เสมือนเป็นบทลงโทษทางวินัยที่บัญญัติขึ้นเพื่อควบคุมพฤติกรรมของนักการเมือง ซึ่งยังไม่มีศาลหรือองค์กรตุลาการใดวินิจฉัยในส่วนนี้มาก่อน แม้จะเป็นการพิจารณาจากข้อเท็จจริงในมูลเหตุเกี่ยวเนื่องกัน แต่เป็นคดีคนละประเภท เพราะเหตุแห่งการพิจารณาคดี วัตถุประสงค์ของการดำเนินคดี และสภาพบังคับที่แตกต่างกัน กรณีจึงไม่เป็นการพิจารณาคดีซ้ำหรือลงโทษซ้ำในการกระทำความผิดเรื่องเดียวกัน
ทั้งนี้ เมื่อข้อเท็จจริงจากการไต่สวนรับฟังได้ว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีเนื้อหาไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำในการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) จึงเป็นพฤติการณ์ที่แสดงออกถึงเจตนาที่ต้องการลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ลง โดยผ่านร่างพระราชบัญญัติและอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติ เข้าลักษณะเป็นการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในหมวด 1 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ ตามข้อ 5 ข้อ 6 และหมวด 2 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก ตามข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561

ภาพประกอบรายงานยุบพรรคก้าวไกล จากเฟซบุ๊กก้าวไกลของประชาชน - Move Forward (2)
ส่วนกรณีนำเสนอนโยบายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นายธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นายปริญญา คีรีรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12 นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 นายสุรวาท ทองบุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 14 นายศักดินัย นุ่มหนู ผู้ถูกกล่าวหาที่ 15 นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 16 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 17 พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 18 นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 19 นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 20 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 21
นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 22 นายรังสิมันต์ โรม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 23 นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 24 นางสาววรรณวิภา ไม้สน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 25 นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 26 นายวรภพ วิริยะโรจน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 27 นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 28 นายองค์การ ชัยบุตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 29 นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 30 นายวุฒินันท์ บุญชู ผู้ถูกกล่าวหาที่ 31 นายทองแดง เบ็ญจะปัก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 32 นายคำพอง เทพาคำ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 33 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 34 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 35 นายนิติพล ผิวเหมาะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 36 นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 37 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 38 นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 39 นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณณ อยุธยา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 40 นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 41 นายมานพ คีรีภูวดล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 42 นายอภิชาต ศิริสุนทร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 43 นายสุเทพ อู่อ้น ผู้ถูกกล่าวหาที่ 44 ใช้เป็นนโยบายรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 นั้น
ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่าการเสนอนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพื่อหาเสียงเลือกตั้ง เป็นการกระทำภายหลังจากพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้มีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้การเสนอนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพื่อหาเสียงเลือกตั้ง ในปี 2566 จะไม่ได้อยู่ในช่วงที่ผู้ถูกกล่าวหามีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และไม่อยู่ภายใต้บังคับมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ก็ตาม
แต่พฤติการณ์ดังกล่าวไม่อาจลบล้างผลของการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) แต่อย่างใด
ส่วนพฤติการณ์ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 21 นายรังสิมันต์ โรม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 23 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 34 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 38 และนางสาวเบญจา แสงจันทร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 39 ในการรณรงค์ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น
พิจารณาแล้วเห็นว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่แสดงตนว่ามีวัตถุประสงค์ในการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแจ้งชัด ได้จัดให้มีการชุมนุมหรือรณรงค์ต่าง ๆ ให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 การที่ผู้ถูกกล่าวหาเข้าร่วมการชุมนุมหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสนับสนุนการชุมนุมหรือการเรียกร้องให้มีการแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น ย่อมแสดงให้เห็นถึงเจตนาเบื้องลึกของผู้ถูกกล่าวหา ที่ต้องการสนับสนุนพฤติการณ์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวในการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์
แม้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงว่าการร่วมชุมนุมหรือรณรงค์ตามที่กล่าวหาเป็นเพียงการเข้าร่วมเพื่อสังเกตการณ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
ส่วนการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ตามสื่อออนไลน์นั้น ก็เป็นเพียงการชี้ให้เห็นถึงข้อที่ควรปรับปรุงแก้ไข ไม่ได้มีเจตนาที่จะยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไปทั้งสิ้นก็ตาม
แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้น ก็มิอาจปฏิเสธได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่รู้เห็นถึงจุดประสงค์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังที่กล่าวข้างต้น ผู้ถูกกล่าวหาในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอิทธิพลต่อความคิดของบุคคลหรือประชาชนในบ้านเมือง จึงพึงต้องมีความระมัดระวังอย่างยิ่งยวดมากกว่าบุคคลทั่วไปในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
เมื่อผู้ถูกกล่าวหาแสดงพฤติการณ์ในการเข้าร่วมชุมนุมหรือแสดงความคิดเห็นตามสื่อออนไลน์ในลักษณะที่สอดคล้องกับการขอให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงเข้าลักษณะเป็นการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง
ส่วนกรณีที่นายธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 18 นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 20 นายรังสิมันต์ โรม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 23 นายทองแดง เบ็ญจะปัก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 72 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 35 นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 39 และนางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 40 เป็นนายประกันให้กับผู้ต้องหาหรือจำเลยในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น
เห็นว่า เป็นการกระทำในขั้นตอนก่อนที่ศาลจะตัดสินว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยดังกล่าวเป็นผู้กระทำความผิดจริง และสิทธิในการได้รับการประกันตัวนั้นก็เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองโดยกฎหมาย ดังนั้นการกระทำเพียงเท่านี้ จึงยังไม่อาจรับฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาสนับสนุนการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตราดังกล่าวหรือไม่ ตามที่ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
แต่อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ถูกกล่าวหาเข้าเป็นนายประกันให้กับผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ข้างต้น ทั้งที่ไม่ปรากฏว่ามีความสัมพันธ์เป็นญาติใกล้ชิดหรือเป็นบุคคลที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยร้องขอ จึงเป็นการสมัครใจเข้าช่วยเหลือผู้ต้องหาหรือจำเลยดังกล่าว รวมถึงการที่ผู้ถูกกล่าวหาบางรายมีพฤติการณ์ในการนำเสนอนโยบายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และการที่ผู้ถูกกล่าวหาบางรายอยู่ในที่ชุมนุมหรือรณรงค์เรียกร้องให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างโจ่งแจ้ง อันเป็นการแสดงความเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันกับกลุ่มที่มีแนวความคิดแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นพฤติการณ์ทั้งหลายที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาสนับสนุนหรือเห็นด้วยกับแนวคิดการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
ดังนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงว่าไม่ได้สนับสนุนหรือเห็นด้วยกับแนวคิดการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงไม่อาจรับฟังได้

ภาพประกอบรายงานยุบพรรคก้าวไกล จากเฟซบุ๊กก้าวไกลของประชาชน - Move Forward (1)
ส่วนกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า ตนเคยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เคยร่วมงานพระราชพิธี เคยเผยแพร่โพสต์ในกรณีต่าง ๆ เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือกระทั่งเกียรติยศอื่น ๆ จากสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น
พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องนี้ ทั้งการกระทำหรือการได้รับพระราชทานเกียรติยศข้างต้น ก็ไม่ใช่เครื่องพิสูจน์แนวคิดของผู้ถูกกล่าวหาที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ในลักษณะที่แสดงให้เห็นว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ของผู้ถูกกล่าวหา ได้กระทำลงไปโดยมีเจตนาเพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความมั่นคงหรือได้รับความคุ้มครองมากขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน มีความผิดตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง สืบเนื่องจากการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ด้วยเหตุที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น
ฉะนั้น คำชี้แจงในส่วนของพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องอื่น ๆ อาทิ การเข้าร่วมการรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือการประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยของผู้ถูกกล่าวหา อันเกี่ยวเนื่องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แม้จะมีส่วนที่รับฟังได้ก็ตาม ก็ไม่อาจทำให้ผลของการกระทำอันฝ่าฝืนต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของผู้ถูกกล่าวหาในการเสนอร่างพระราชบัญญัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงไป
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาสำนวนการไต่สวนแล้ว มีมติเอกฉันท์เห็นว่า การที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ทั้งที่ทราบว่าเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ จึงเป็นพฤติการณ์ที่แสดงออกถึงเจตนาที่ต้องการลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ลง โดยอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติในการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้งเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง อันเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง
การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในหมวด 1 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ ตามข้อ 5 ข้อ 6 และหมวด 2 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก ตามข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้ส่งเรื่องและความเห็นต่อศาลฎีกา เพื่อพิจารณาวินิจฉัยการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ว่ากระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีมติ
อย่างไรก็ดี คดีนี้ สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
บทสรุปผลการต่อสู้คดีนี้ในชั้นศาลจะออกมาเป็นอย่างไร ติดตามดูกันต่อไปแบบห้ามกะพริบตาโดยเด็ดขาด




