ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'คมเพชร ทรัพย์สิน' อดีตนายก อบต.เทวราช อ่างทอง-พวก ดำเนินโครงการติดตั้งไฟฟ้าสาธารณะโซล่าร์เซลล์มิชอบ ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี รับสารภาพลดเหลือ 2 ปี ปรับด้วย 40,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายคมเพชร ทรัพย์สิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทวราช อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง กับพวก คือ นายพิพัฒน์ เลิศรัตนะธารา ดำเนินโครงการติดตั้งไฟฟ้าสาธารณะโซล่าร์เซลล์ หมู่ที่ 1-7 โดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 157 และ ตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาว่า นายคมเพชร ทรัพย์สิน จำเลยที่ 1 และนายพิพัฒน์ เลิศรัตนะธารา จำเลยที่ 2 มีความผิดตามกฏหมาย
ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี และปรับคนละ 80,000 บาท
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง
คงจำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 40,000 บาท
ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับ จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ อบต. เทวราชผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว ถือว่าเป็นการบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น
โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30
เบื้องต้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) หารือจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.




