News Logo
หน้าแรก
ใครเป็นใคร? ร่วมขบวนการทุจริต 'พลเอก' ยัดหลานสาวเข้าทำงานกองทัพไทย

ใครเป็นใคร? ร่วมขบวนการทุจริต 'พลเอก' ยัดหลานสาวเข้าทำงานกองทัพไทย

25 ก.พ. 2569 15:03
ผู้ชม 1,854 คน

"....จำเลยที่ 1 ถึง 6 มีเจตนาช่วยเหลือจำเลยที่ 7 และที่ 8 ซึ่งเป็นบุคคลพลเรือนให้ได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการทหาร ตำแหน่งพลอาสาสมัครหญิง สังกัดหมวดสารวัตร กองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย โดยวิธีการอันมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ด้วยการร่วมกันวางแผนและแบ่งหน้าที่กันกระทำความผิด ในชั้นการพิจารณาคดี จำเลยทั้งแปดให้การปฏิเสธ..."

เป็นอีกหนึ่งคดีทุจริตที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก!

สำหรับคดีกล่าวหา พลตรีสมควร สาคร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย กับพวก บรรจุนางสาวณัฐรดา เพิ่มพรสันติ หลานสาวร้อยโท สมเกียรติ อินจอหอ และนางสาวกนิษฐา ภิรมย์ หลานสาวพลตรีสมควร สาคร เข้ารับราชการทหารในตำแหน่งพลอาสาสมัครหญิง สังกัดกองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ 2561 โดยไม่มีการสอบคัดเลือกจริง รวมทั้งมีการจัดทำเอกสารเท็จ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 162 (1) (4) ตาม พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และประกอบ ป.อ. มาตรา 83 และ 86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา

ข้อมูลเบื้องต้น ที่สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้ว คือ

  1. คดีนี้ ปรากฏชื่อ คือ พลตรีสมควร สาคร เป็นจำเลยที่ 1 นาวาตรีหญิง ณาตยา จิตรภักดี จำเลยที่ 2 พันจ่าตรีสาคเรสร์ ศรีวิลาศ จำเลยที่ 3 เรือโทสุพรรณหงส์ สีหะวงษ์ จำเลยที่ 4 ร้อยโท สมเกียรติ อินจอหอ จำเลยที่ 5 สิบตรีหญิง นิภาพร ยุตะวัน จำเลยที่ 6 นางสาวณัฐรดา เพิ่มพรสันติ จำเลยที่ 7 นางสาวกนิษฐา ภิรมย์ จำเลยที่ 8

  2. เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาดังนี้

  • พลตรีสมควร สาคร จำเลยที่ 1 นาวาตรีหญิง ณาตยา จิตรภักดี จำเลยที่ 2 พันจ่าตรีสาคเรสร์ ศรีวิลาศ จำเลยที่ 3 เรือโท สุพรรณหงส์ สีหะวงษ์ จำเลยที่ 4 ร้อยโท สมเกียรติ อินจอหอ จำเลยที่ 5 สิบตรีหญิง นิภาพร ยุตะวัน จำเลยที่ 6 มีความผิดตามกฎหมาย เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ลงโทษตาม ป.อ. ม. 157 ประกอบ ม. 83 แต่เพียงบทเดียว ให้จำคุกคนละ 6 ปี

  • นางสาวณัฐรดา เพิ่มพรสันติ จำเลยที่ 7 นางสาวกนิษฐา ภิรมย์ จำเลยที่ 8 มีความผิดตามกฎหมาย เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. ม. 157 จำคุกคนละ 4 ปี

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบประวัติจำเลยทั้ง 8 ราย ในคดีนี้ พบข้อมูลเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

@ พลตรีสมควร สาคร จำเลยที่ 1

ในช่วงเกิดเหตุรับราชการยศพลตรี ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการในสำนักกองบัญชาการ มีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลการดำเนินการเกี่ยวกับกำลังพล บันทึกประวัติข้าราชการ และพนักงานราชการ รวมถึงแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ และทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้ารับราชการเป็นพลอาสาสมัครหญิง สังกัดกองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ 2561

ปี 2566 มีตำแหน่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย และได้รับพระราชทานยศ เป็น "พลเอก" ปัจจุบันเกษียณราชการแล้ว

@ นาวาตรีหญิง ณาตยา จิตรภักดี จำเลยที่ 2

รับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าแผนกธุรการและกำลังพล สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย มีหน้าที่ควบคุมดูแลตรวจสอบงานด้านธุรการและกำลังพล บรรจุ ปลดย้าย และเลื่อนตำแหน่ง ให้สังกัดสำนักกองบัญชาการให้ถูกต้องและเป็นไปตามระเบียบ และได้รับคำสั่งให้ทำหน้าที่คณะอนุกรรมการดำเนินการสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้ารับราชการเป็นพลอาสาสมัครหญิง สังกัดกองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ 2561 และเป็นคณะอนุกรรมการอำนวยการ มีหน้าที่อำนวยการการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสอบภาควิชาการ สอบสัมภาษณ์ และทดสอบสมรรถภาพร่างกายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และคณะอนุกรรมการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย มีหน้าที่ควบคุมการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สถานีลุกนั่งและดันพื้น ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ปัจจุบันมียศ "นาวาโทหญิง"

@ พันจ่าตรีสาคเรสร์ ศรีวิลาศ จำเลยที่ 3

รับราชการในตำแหน่งช่างไฟฟ้าฝ่ายยุทธโยธา กองบริการ สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านธุรการและกำลังพล การจัดทำหนังสือราชการ กำกับดูแล รวบรวม จัดเก็บเอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับงานในแผนกธุรการและกำลังพล และได้รับคำสั่งให้ทำหน้าที่คณะอนุกรรมการดำเนินการสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้ารับราชการเป็นพลอาสาสมัครหญิง สังกัดกองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ 2561 และเป็นทั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการ มีหน้าที่อำนวยการการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสอบภาควิชาการ สอบสัมภาษณ์ และทดสอบสมรรถภาพร่างกายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และคณะอนุกรรมการทดสอบภาควิชาการ มีหน้าที่พิมพ์ข้อสอบและส่งข้อสอบ

ปัจจุบันมียศ "พันจ่าเอก"

@ เรือโท สุพรรณหงส์ สีหะวงษ์ จำเลยที่ 4

รับราชการในตำแหน่งนายทหารธุรการและกำลังพล แผนกธุรการและกำลังพล สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย และได้รับคำสั่งให้ทำหน้าที่คณะอนุกรรมการดำเนินการสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้ารับราชการเป็นพลอาสาสมัครหญิง สังกัดกองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ 2561 และเป็นคณะอนุกรรมการอำนวยการ มีหน้าที่อำนวยการการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสอบภาควิชาการ สอบสัมภาษณ์ และทดสอบสมรรถภาพร่างกายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นคณะอนุกรรมการสอบสัมภาษณ์ มีหน้าที่ดำเนินการสอบสัมภาษณ์ และเป็นคณะอนุกรรมการทดสอบภาควิชาการ มีหน้าที่ส่งข้อสอบ

ปัจจุบันมียศ "เรือเอก "

@ ร้อยโท สมเกียรติ อินจอหอ จำเลยที่ 5

รับราชการในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสื่อสาร กองบริหาร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย และได้รับคำสั่งให้ทำหน้าที่คณะอนุกรรมการดำเนินการสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้ารับราชการเป็นพลอาสาสมัครหญิง สังกัดกองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ 2561 และทำหน้าที่คณะอนุกรรมการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย มีหน้าที่ควบคุมการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สถานีวิ่ง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และคณะอนุกรรมการทดสอบภาควิชาการ มีหน้าที่ควบคุมการสอบภาควิชาการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ปัจจุบันมียศ "ร้อยเอก "

@ สิบตรีหญิง นิภาพร ยุตะวัน จำเลยที่ 6

รับราชการในตำแหน่งพลสารวัตร หมวดทหารสารวัตร กองร้อยทหารสารวัตร กองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย และได้รับคำสั่งให้ทำหน้าที่คณะอนุกรรมการดำเนินการสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้ารับราชการเป็นพลอาสาสมัครหญิง สังกัดกองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ 2561 และทำหน้าที่คณะอนุกรรมการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย มีหน้าที่ควบคุมการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สถานีวิ่ง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ปัจจุบันมียศ "สิบเอกหญิง"

@ นางสาวณัฐรดา เพิ่มพรสันติ จำเลยที่ 7 และนางสาวกนิษฐา ภิรมย์ จำเลยที่ 8

ขณะเกิดเหตุเป็นราษฎร ที่ร่วมกระทำความผิด โดยการสนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 6 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ

นางสาวณัฐรดา เพิ่มพรสันติ จำเลยที่ 7 เป็นหลานสาวของร้อยโท สมเกียรติ อินจอหอ จำเลยที่ 5

นางสาวกนิษฐา ภิรมย์ จำเลยที่ 8 เป็นหลานของ พลตรีสมควร สาคร จำเลยที่ 1

ปัจจุบัน ทั้งสองคน มียศ สิบตรีหญิง

พฤติการณ์เบื้องต้นระบุว่า จำเลยที่ 1 ถึง 6 มีเจตนาช่วยเหลือจำเลยที่ 7 และที่ 8 ซึ่งเป็นบุคคลพลเรือนให้ได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการทหาร ตำแหน่งพลอาสาสมัครหญิง สังกัดหมวดสารวัตร กองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย โดยวิธีการอันมิชอบด้วยกฎหมาย

อันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ด้วยการร่วมกันวางแผนและแบ่งหน้าที่กันกระทำความผิด

ในชั้นการพิจารณาคดี จำเลยทั้งแปดให้การปฏิเสธ

อนึ่ง สืบเนื่องจากคดีนี้ แม้จำเลยจะเป็นทหาร แต่เนื่องจากมีราษฎร ร่วมกระทำความผิดด้วยในฐานะผู้สนับสนุน จึงทำให้ต้องมีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แทนที่จะเป็นศาลทหาร

อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งหมด มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก

ส่วนพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยทั้งแปดอย่างละเอียดเป็นอย่างไร

โปรดติดตามตอนต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คดีุทจริต
บรรจุหลานสาวเป็นทหาร



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว
เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว