News Logo
หน้าแรก
กางกม.ขยี้ปม ‘ปัญญา’ ต้องคดียื่นบัญชีฯเท็จ กกต.รับรองเป็นสส.ภูมิใจไทย

กางกม.ขยี้ปม ‘ปัญญา’ ต้องคดียื่นบัญชีฯเท็จ กกต.รับรองเป็นสส.ภูมิใจไทย

26 ก.พ. 2569 10:58
ผู้ชม 408 คน

กางชัดๆ รธน. - พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง กำหนดบุคคลต้องห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เทียบกรณี‘ปัญญา ชวนบุญ’ผู้สมัคร สมุทรสาคร มีประวัติศาลฎีกาสั่งจำคุก 1 เดือน รอลงโทษ 1 ปี ปรับ 4,000 บาท คดีจงใจปกปิดทรัพย์สิน ครั้งเป็น ส.อบจ. ไฉน กกต.ไม่เพิกถอนชื่อ ล่าสุดรับรองเข้าสภาฯฉลุย

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2561 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาว่า นายปัญญา ชวนบุญ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสาคร (อดีตประธานสภา อบจ.สมุทรสาคร) จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีพ้นจากตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ในการดำรงตำแหน่ง ส.อบจ.สมุทรสาคร ครั้งที่ 2 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 32 และมาตรา 33 ห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 20 เม.ย.2555 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง ส.อบจ.สมุทรสาคร ครั้งที่ 2 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 34 วรรคสอง และให้พ้นจากตำแหน่ง ส.อบจ.สมุทรสาคร ครั้งที่ 3 ที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันในวันที่ 30 มี.ค.2561 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.อบจ.สมุทรสาคร ครั้งที่ 2 มาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขดําที่ อม. 102/2560 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 45/2561 วันที่ 30 เดือน มีนาคม 2561)

ต่อมา นายปัญญาลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต จ.สมุทรสาคร พรรคภูมิใจไทย วันที่ 7 ม.ค. 2569 กกต.โดยผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดสมุทรสาคร ได้ออกประกาศให้นายปัญหาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยตรวจสอบพบเป็นผู้มีคุณสมบัติไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และนายปัญญาเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.2569 ล่าสุด กกต.ประกาศรับรองรายชื่อเป็น 1 ใน สส. 396 คนซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 25 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา

เอกสารประกอบรายงาน (1)

เอกสารประกอบรายงาน (1)

เอกสารประกอบรายงาน (2)

เอกสารประกอบรายงาน (2)

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Next news นำคดีผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. จำนวน 9 คนซึ่งถูกศาลฎีกาสั่งเพิกถอนชื่อจากประกาศเป็นผู้รับสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับลือกตั้ง สส. กรณีมีประวัติต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิด คดีการใช้เช็ค ลักทรัพย์ รุกป่า ฉ้อโกง โดยเป็นผู้สมัคร จาก 8 พรรคการเมือง มาเทียบเคียง กับกรณีของนายปัญญาและนำเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 มารายงานแล้ว

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

ล่าสุด มาดู รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 อย่างชัดๆ

รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(7) เคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิด อันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(9) เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจําคุกเพราะกระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดูเอกสาร

เอกสารประกอบรายงาน (3)

เอกสารประกอบรายงาน (3)

เอกสารประกอบรายงาน (4)

เอกสารประกอบรายงาน (4)

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(9) เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(11) เคยต้องคำ พิพากษาหรือคำ สั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(21 ) เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ดูเอกสาร

เอกสารประกอบรายงาน (5)

เอกสารประกอบรายงาน (5)

เอกสารประกอบรายงาน (6)

เอกสารประกอบรายงาน (6)

เพื่อประกอบการพิจารณา กรณีของนายปัญญา เข้าลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามตามข้อกฎหมายข้างต้นนี้หรือไม่ ?

ทั้งนี้ นายปัญญา เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายนภินทร ศรีสรรพางค์)

ถ้ามีความคืบหน้าจะรายงานเพิ่มเติมต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คุณสมบัติสส.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดทรัพย์สินสส.พ้นตำแหน่ง 'สรวงศ์' 766 ล.-'ชาดา' 144 ล.-'หมิว' 5 แสน
เปิดทรัพย์สินสส.พ้นตำแหน่ง 'สรวงศ์' 766 ล.-'ชาดา' 144 ล.-'หมิว' 5 แสน