ป.ป.ช. ส่งมอบทองคำ 300 กก. มูลค่า 1.5 พัน ล. คืนแผ่นดิน ให้กระทรวงการคลัง คดี 'สาธิต รังคศิริ' อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ร่ำรวยผิดปกติ อดีตเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช.ชี้เป็นปฏิบัติการครั้งประวัติศาสตร์
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 ที่โรงกษาปณ์ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ได้ให้สัมภาษ์กับผู้สื่อข่าว หลังจากที่ ป.ป.ช.เสร็จสิ้นพิธีการส่งมอบทองคำน้ำหนักรวมกว่า 300 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันประมาณ 1,500 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงการคลัง เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดินอย่างสมบูรณ์ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีกล่าวหานายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ
นายพัฒนพงศ์ กล่าวว่า การส่งมอบทองคำครั้งนี้ถือเป็นปฏิบัติการครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การนำทรัพย์สินที่ได้มาจากการทุจริตคืนสู่แผ่นดิน โดยทองคำดังกล่าวถูกอายัดไว้จำนวน 5 ใบจอง ซึ่งมีน้ำหนักรวมประมาณ 20,000 บาททองคำ หรือ 300 กิโลกรัม ป.ป.ช. ได้นำไปฝากเก็บไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2562 และเมื่อศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ทองคำดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ป.ป.ช. จึงได้ประสานงานกับกระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อดำเนินการส่งมอบ
ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวต่อไปว่าปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่ โดยคณะทำงานได้รับมอบหมายให้นำทองคำจากธนาคารแห่งประเทศไทยมาส่งมอบที่โรงกษาปณ์โดยสวัสดิภาพ และอยู่ระหว่างการตรวจนับ โดยมีเจ้าหน้าที่จากธนาคารแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกนาย ร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ดังนั้นจึงมั่นใจในความปลอดภัยแน่นอน
"การปฏิบัติการส่งมอบทองคำเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ โดยคณะทำงานได้รับมอบหมายให้นำทองคำจากธนาคารแห่งประเทศไทยมาส่งมอบที่โรงกษาปณ์ พร้อมทั้งตรวจนับโดยมีเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง และ ป.ป.ช. ทุกฝ่ายร่วมปฏิบัติการ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของทรัพย์สิน" ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าว
นายพัฒน์พงศ์กล่าวว่า ทองคำดังกล่าวถูกบรรจุอยู่ในตู้เซฟ 2 ตู้ โดยแต่ละตู้เมื่อรวมน้ำหนักทองคำและตู้แล้วมีน้ำหนักรวมกว่า 1 ตัน การขนย้ายดำเนินการโดยใช้รถยก และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อให้ทรัพย์สินอยู่ในการดูแลตลอดเวลา
นายพัฒนพงศ์ชี้แจงเพิ่มเติมว่า คดีของนายสาธิต แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ คดีร่ำรวยผิดปกติซึ่งได้สิ้นสุดที่ศาลฎีกาแล้ว และนำไปสู่การส่งมอบทองคำในวันนี้ และอีกส่วนหนึ่งคือคดีอาญา ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยศาลชั้นต้นได้พิพากษาว่าผู้ต้องหามีความผิดให้จำคุกตลอดชีวิตและสั่งให้คืนทรัพย์สินประมาณ 3,000 ล้านบาท ให้แก่กรมสรรพากรเพื่อชดใช้ความเสียหาย




