"...การที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบด้วย ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ เกษตรภิบาล, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพปฎล สุวัจนานนท์ , นายควรคิด รัตนรักษ์ , นายชาญเวช บุญประเดิม และคณะกรรมการควบคุมงาน ประกอบด้วย นายไพรัชช์ ศรีแก้วช่วง ,นายวุฒิพงษ์ วงศ์สุวรรณ ได้ประชุมร่วมกันในการยกเลิกแบบรูปรายการ จำนวน 102 รายการ และกำหนดงานเพิ่มให้ผู้รับจ้าง 5 รายการ และเสนอเพื่อให้นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พิจารณาเห็นชอบ ซึ่งนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ก็ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ทราบอย่างแน่ชัด และไม่ใช้ความระมัดระวังในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ กลับอนุมัติในการลงนามในการแก้ไขสัญญาจ้างครั้งที่ 6 ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้าง ได้แก่ บริษัท ไทคอน จำกัด และนายบรรณกร นันทวิสัย อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง..."
กรณีสำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่า ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีหนังสือแจ้งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอให้พิจารณาโทษทางวินัยข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทั้งทางอาญาและวินัย ในคดีทุจริตโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา (อควาเรียมหอยสังข์) ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา พร้อมสำนวนไต่สวนและเอกสารประกอบจำนวน 3,057 หน้า
สำหรับรายชื่อข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่ ป.ป.ช. ส่งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการลงโทษทางวินัยครั้งนี้ มีจำนวน 5–6 ราย อาทิ ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ เกษตรภิบาล, นายชาญเวช บุญประเดิม, นายวุฒิพงษ์ วงศ์สุวรรณ, นายโกวิทย์ ส่องสี และนายชนินทร์ ชูชื่น เป็นต้น โดยถูกชี้มูลความผิดทั้งทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ 157 รวมถึงความผิดวินัยร้ายแรง ส่วนคดีอาญาได้มีการส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นฟ้องดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว
ทั้งนี้ การแจ้งพิจารณาโทษทางวินัยนั้น ป.ป.ช. ระบุว่า เมื่อได้รับสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาโทษทางวินัยได้ทันที โดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอีก

ภาพประกอบรายงาน
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันข้อมูลทางคดี พบรายละเอียดเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
1.คดีนี้ ในชั้นไต่สวน มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนกว่า 34 ราย หลายรายถูกตีตกข้อกล่าวหา เนื่องจากข้อกล่าวหาไม่มีมูล มีจำนวน 6 ราย เสียชีวิต ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ
2.คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดเป็นทางการในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ประเด็นสำคัญที่มีการพิจารณาคือ การแก้ไขสัญญางาน ที่ถูกระบุว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนทำให้รัฐเสียหาย
ผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกชี้มูลความผิด มี 2 กลุ่ม คือ คณะกรรมการตรวจการจ้าง และ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พิจารณาเห็นชอบ
3.พฤติการณ์การกระทำความผิดเป็นกรณีการแก้ไขสัญญาในครั้งที่ 6 โดยปราศจากเหตุผลความจำเป็นและราชการไม่ได้รับประโยชน์ โดยผู้รับจ้างทราบแบบรูปรายการมาตั้งแต่ต้นสามารถวางแผนการจัดทำ Shop Drawing ให้แล้วเสร็จก่อนถึงงวดงานที่จะต้องดำเนินการและส่งมอบได้
แต่การยกเลิกแบบรูปรายการ จำนวน 102 รายการ และแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาโดยเพิ่มงานอีก 1 งวด (งวดที่ 27 งวดสุดท้าย) และเพิ่มเนื้องานใหม่อีก จำนวน 5 รายการ เป็นการกระทำความผิดเกี่ยวข้องกัน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้างไม่ต้องส่งมอบงานดังกล่าวตามสัญญาหรือถูกคิดค่าปรับกรณีส่งมอบงานล่าช้า และเพื่อไม่ให้ผู้รับจ้างต้องคืนเงินค่างานที่ถูกตัดออกไป จำนวน 102 รายการ ต่อกระทรวงการคลัง
เห็นว่า การที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบด้วย ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ เกษตรภิบาล, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพปฎล สุวัจนานนท์ , นายควรคิด รัตนรักษ์ , นายชาญเวช บุญประเดิม และคณะกรรมการควบคุมงาน ประกอบด้วย นายไพรัชช์ ศรีแก้วช่วง ,นายวุฒิพงษ์ วงศ์สุวรรณ ได้ประชุมร่วมกันในการยกเลิกแบบรูปรายการ จำนวน 102 รายการ และกำหนดงานเพิ่มให้ผู้รับจ้าง 5 รายการ และเสนอเพื่อให้นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พิจารณาเห็นชอบ ซึ่งนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ก็ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ทราบอย่างแน่ชัด และไม่ใช้ความระมัดระวังในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ กลับอนุมัติในการลงนามในการแก้ไขสัญญาจ้างครั้งที่ 6 ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้าง ได้แก่ บริษัท ไทคอน จำกัด และนายบรรณกร นันทวิสัย อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
4.มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ ชี้มูลผู้ถูกกล่าวหาแต่ละราย ดังนี้
-ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ เกษตรภิบาล , นายชาญเวช บุญประเดิม , นายวุฒิพงษ์ วงศ์สุวรรณ , นายโกวิทย์ ส่องสี , นายชรินทร์ ชูชื่น ถูกชี้มูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 , 157 และมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง
-นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 , 157 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) มาตรา 12 และมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง
-ผู้ช่วยศาสตราจาย์ นพปฏล สุวัจนานนท์ , นายควรคิด รัตนรักษ์ , นายไพรัชช์ ศรีแก้วช่วง ถูกชี้มูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด มาตรา 151 , 157 และมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง
-บริษัท ไทคอน จำกัด และนายบรรณกร นันทวิสัย ถูกชี้มูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด มาตรา 151 , 157 (มาตรา 157 ขาดอายุความแล้ว)
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ เกษตรภิบาล , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพปฎล สวัจนานนท์ , นายควรคิด รัตนรักษ์ ,นายชาญเวช บุญประเดิม,นายไพรัชช์ ศรีแก้วช่วง, นายวุฒิพงษ์ วงศ์สุวรรณ, นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ นายโกวิทย์ ส่องสี, นายชรินทร์ ชูชื่น ,บริษัท ไทคอน จำกัด และนายบรรณกร นันทวิสัย
พร้อมให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับ ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ เกษตรภิบาล , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพปฎล สุวัจนานท์ ,นายควรคิด รัตนรักษ์ , นายชาญเวช บุญประเดิม, นายไพรัชช์ ศรีแก้วช่วง , นายวุฒิพงษ์ วงศ์สุวรรณ ,นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ,นายโกวิทย์ ส่องสี และนายชรินทร์ ชูชื่น ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับโครงการฯ นั้น สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า โครงการอควาเรียมหอยสังข์เป็นโครงการของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ใช้งบประมาณก่อสร้าง 1,400 ล้านบาท และประสบปัญหาความล่าช้า รวมทั้งข้อกล่าวหาการทุจริตในขั้นตอนการดำเนินงาน
ในช่วงปลายปี 2566 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 เคยเผยแพร่ความคืบหน้าการสอบสวน โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหากว่า 27 ราย และมีข้าราชการระดับสูงรวมอยู่ด้วย ประเด็นสำคัญในการสอบสวน คือ ช่วงระยะแรกของโครงการ (เฟส 1) ระหว่างปี 2550–2554 ซึ่งใช้งบประมาณไปกว่า 835 ล้านบาท แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าการก่อสร้างไม่คืบหน้า มีการแก้ไขแบบแปลนหลายครั้ง ทั้งที่ได้จ่ายเงินให้เอกชนผู้รับเหมาไปแล้ว ทั้งที่งานยังไม่แล้วเสร็จ จึงมีข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการอนุมัติหรือตรวจรับงาน เพื่อเบิกงบในงวดถัดไปได้ ส่วนการตรวจสอบภายในกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และสรุปเบื้องต้นว่า พบการเอื้อประโยชน์แก่เอกชนในการก่อสร้างโครงการดังกล่าว
ต่อมาจึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับผู้เกี่ยวข้อง และได้ส่งเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ลงนามแล้ว
สำหรับนายวุฒิพงษ์ วงศ์สุวรรณ อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีดำเนินการจัดจ้างโครงการปรับปรุงอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการเกษตรของวิทยาลัย โดยวิธีพิเศษ ทั้งที่ไม่มีเหตุผลและความจำเป็น ไปแล้ว 1 คดี
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด
หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป




