เผยมติ ป.ป.ช. ชี้มูล 'บุญสนอง หลวงโป้' อดีตปศุสัตว์อำเภอเรณูนคร นครพนม ยักยอกเงินโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ปี 2557-2559 โทษวินัยถูกไล่ออกแล้วแจ้งดำเนินการให้ชดใช้ค่าเสียหายต่อ ส่วนอาญาส่งสำนวนอสส.ฟ้องตามขั้นตอนทางกฏหมาย-ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลได้อีก
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ พิจารณาสำนวนคดีกล่าวหา นายบุญสนอง หลวงโป้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปศุสัตว์อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ยักยอกเงินโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ระหว่างปี 2557-2559
โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า การกระทำของนายบุญสนอง หลวงโป้ ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123 และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 171 และมาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (เฉพาะการกระทำความผิดตั้งแต่ พ.ศ.2553) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
สำหรับความผิดทางวินัย เนื่องจากกรมปศุสัตว์ ได้มีคำสั่งที่ 930/2565 ลงวันที่ 30 กันยายน 2565 ลงโทษไล่นายบุญสนอง หลวงโป้ ออกในการกระทำความผิดนี้แล้ว ให้แจ้งปศุสัตว์จังหวัดนครพนมดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด




