ย้อนภาพชุด! ป.ป.ช.ลุยตรวจศูนย์นักท่องเที่ยว ควนโดน 29 ล้าน สร้างล่าช้า ก่อนชี้มูล 'สัมฤทธิ์' นายกอบจ.สตูล ชี้เจตนาช่วย หจก.น้องชาย ข้ออ้างวัสดุใช้นวัตกรรมใหม่ ต้องสั่งผลิตไม่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป โควิดแพร่ระบาด ขาดแคลนแรงงาน สภาพคล่องทางการเงิน ฟังไม่ขึ้น
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 มีมติชี้มูลความผิด นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สตูล กับพวก คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) เกียรติเจริญชัยการโยธา และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.เกียรติเจริญชัยการโยธา กรณีไม่บอกเลิกจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล วงเงิน 29,798,000 บาท ทั้งที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า และมีค่าปรับจำนวนมาก

ภาพประกอบข่าว
ป.ป.ช.ชี้มูล 'สัมฤทธิ์' นายก อบจ.สตูล-พวก คดีช่วยเหลือ หจก.น้องชาย
เปิดพฤติการณ์ 'สัมฤทธิ์' นายกอบจ.สตูล-ป.ป.ช ชี้เจตนาช่วย หจก.น้องชาย
ล่าสุด แหล่งข่าวจาก สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสตูล เปิดเผย สำนักข่าว Next News ว่า เกี่ยวกับปัญหาการดำเนินงานโครงการฯ นี้ ในช่วงเดือนมิถุนายน 2566 นายธนกฤต เลิศวิริยวรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสตูล ในขณะนั้น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังปรากฏข่าวทางสื่อออนไลน์ (เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน) และได้รับแจ้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (Corruption Deterrence Center : CDC) กรณี “ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจังหวัดสตูล งบประมาณ 29 ล้าน 6 ปี ยังไม่เสร็จ”
โดยในการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนั้น มี นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง เบื้องต้นได้ข้อมูลว่า โครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีวัตถุประสงค์ เพื่ออำนวยความสะดวกและบริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยว และเพื่อเป็นศูนย์บริการท่องเที่ยวในระดับจังหวัด โดยใช้งบประมาณตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล จำนวน 29,800,000 บาท
สัญญาจ้าง เลขที่ 49/2559 ลงวันที่ 28 กันยายน 2559 สัญญาสิ้นสุดวันที่ 22 ธันวาคม 2560 วงเงินตามสัญญา 29,798,000.00บาท แบ่งงวดงาน จำนวน 11 งวด ผู้รับจ้าง คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา
ในส่วนของการเบิกจ่าย ได้มีการเบิกจ่ายแล้ว งวดที่ 1-4 จำนวน 8,906,622.00 บาท เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 โดยหักค่าปรับไว้แล้ว จำนวน 8,134,854.00 บาท คงเหลือที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย งวดที่ 5- 11 จำนวน 20,891,378.00 บาท ซึ่ง ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2566 การดำเนินการล่าช้ากว่าสัญญา จำนวน 2,005 วัน ค่าปรับวันละ 29,798.00 บาท จำนวนค่าปรับ 59,744,990.00 บาท ขณะนั้นอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ผลงานปัจจุบัน ร้อยละ 78.915
ผู้เกี่ยวข้อง ได้แจ้งว่าในการดำเนินการก่อสร้างได้ประสบปัญหาอุปสรรค ในเรื่องวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบางอย่างเป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งต้องสั่งผลิตและไม่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป ประกอบกับในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประสบปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID – 19) ทำให้ได้รับผลกระทบ ขาดแคลนแรงงาน และขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ได้ดำเนินการแจ้งเร่งรัดผู้รับจ้างให้เข้าดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยแจ้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 และผู้รับจ้างได้ส่งหนังสือแจ้งจะเข้าดำเนินงานในเดือนมิถุนายน 2566 พร้อมแสดงแผนการดำเนินงาน และยินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2566

ภาพการลงพื้นที่ของป.ป.ช.

ภาพการลงพื้นที่ของป.ป.ช.

ภาพการลงพื้นที่ของป.ป.ช.

ภาพการลงพื้นที่ของป.ป.ช.

ภาพการลงพื้นที่ของป.ป.ช.
ขณะที่ในการไต่สวนของป.ป.ช. ระบุว่า การกระทำของนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ ที่สั่งการผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาให้ หจก. เกียรติเจริญชัยการโยธา และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.เกียรติเจริญชัยการโยธา ผิดวิสัยการผ่อนปรนตามข้อ 131 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดให้ผ่อนปรนได้เท่าที่จำเป็นและเป็นประโยชน์แก่ราชการ โดยพิจารณาจากความคืบหน้าของงานหากพบว่าไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามแผน ให้บอกเลิกสัญญา ไม่ใช่ว่า หจก. เกียรติเจริญชัยการโยธา และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หุ้นส่วนผู้จัดการฯ ไม่สามารถทำงานได้ตามแผนและจะพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาโดยไม่มีกรอบระยะเวลากำหนดที่แน่ชัด จนล่วงเลยมา 6 ปีกว่า จึงเห็นได้ว่าการกระทำของนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ มีเจตนาช่วยเหลือและเอื้อประโยชน์ให้ หจก. เกียรติเจริญชัยการโยธา และนายสมเกียรติ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.ฯ ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นน้องชายของ นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ ไม่ให้ถูกเลิกจ้าง และไม่เป็นผู้ทิ้งงาน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อหจก. เกียรติเจริญชัยการโยธา ในการเข้ารับงานต่อไป
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
ส่วนข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ หากมีเพิ่มเติมสำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป




