เปิดชื่อ 9 ผู้ถูกกล่าวหา! ป.ป.ช.ตั้งไต่สวน ‘สมบัติ ธรธรรม-พวก9 ราย' คดีแต่งบัญชีทรัพย์สินฯ ช่วย พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล ระดับจนท.โดน 3 คน - รวม 'บิ๊กโจ๊ก-เซียนพระครื่อง' ด้วย
จากกรณีแหล่งข่าวสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผย สำนักข่าว Next News ว่า เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้งองค์คณะไต่สวน นายสมบัติ ธรธรรม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช. กับพวกรวม 9 ราย คดีช่วยเหลือตกแต่งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
โดยผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 9 ราย มี 3 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ซึ่งถูกขยายผลการสอบสวนเบื้องต้นในคดีนี้ และพบว่าได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากพล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ในเรื่องต่างๆ

ภาพประกอบข่าว
ป.ป.ช.ตั้งไต่สวน‘สมบัติ ธรธรรม-พวก9 ราย' คดีแต่งบัญชีฯช่วย‘บิ๊กโจ๊ก’
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 9 ราย ในชั้นตรวจข้อมูลเบื้องต้น ประกอบไปด้วย
1.นายสมบัติ ธรธรรม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอนุกรรมการเรื่องกล่าวหาประจำสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 1-2 อนุกรรมการเรื่องกล่าวหาประจำสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ และอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินประจำสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 ของป.ป.ช.
2.นายจัตุรงค์ พานิจเจริญ ตำแหน่งพนักงานไต่ส่วน ระดับสูง ของป.ป.ช.
3.นางอารยา งามล้วน ตำแหน่งเจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินชำนาญการพิเศษ ของ ป.ป.ช.
4.พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์ หักพาล ตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
5.พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ ตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ
6.นายสมภพ ไทยธีระเสถียร ตำแหน่งรองนายกสมาคมผู้นิยมพระครื่องพระบูชาไทย
7.นายวิสูตร ด้วงมาก ตำแหน่งพนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 ของป.ป.ช.
8.นายสรพงษ์ วงศ์สุวรรณ
9.นายยิ่งยศ ท้อเพิ่มผล
รายงานข่าวแจ้งว่า การรับเรื่องไว้ดำเนินการไต่สวข้อเท็จจริง เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ.2561 ข้อ 45 (2) โดยให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนเอง ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
สำหรับมาตรา 51 ระบุว่า ในการไต่สวนเรื่องใดที่เป็นเรื่องสําคัญมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง หรือเป็นกรณีมีการไต่สวนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการไต่สวนเอง หรือจะแต่งตั้งกรรมการไม่น้อยกว่าสองคนและบุคคลอื่นเป็นคณะกรรมการไต่สวนก็ได้
การแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการในคณะกรรมการไต่สวนตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจแต่งตั้งจากหัวหน้าพนักงานไต่สวนหรือผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคสี่ตามความเหมาะสมกับเรื่องที่ไต่สวนได้
คณะกรรมการไต่สวนตามวรรคหนึ่งมีอํานาจแต่งตั้งหัวหน้าพนักงานไต่สวนหรือพนักงานไต่สวนและพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ช่วยเหลือคณะกรรมการไต่สวนในการดําเนินการตามหน้าที่ได้ตามที่เห็นสมควร
ในกรณีมีความจําเป็นต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทําการไต่สวน ให้คณะกรรมการไต่สวนตามวรรคหนึ่งมีอํานาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวที่ไม่มีลักษณะตามมาตรา 52 ให้เป็นที่ปรึกษาหรือเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒินั้นเป็นกรรมการในคณะกรรมการไต่สวนได้ ให้ที่ปรึกษาตามวรรคสี่มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมเช่นเดียวกับกรรมการ
คณะกรรมการไต่สวนตามวรรคหนึ่งต้องดําเนินการให้เสร็จและจัดทําสํานวนการไต่สวนเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับมอบหมาย และให้นําความในมาตรา 50 วรรคสี่ วรรคห้า และวรรคหกมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการไต่สวนเอง ให้นําความในวรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้ามาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/052/1.PDF
อย่างไรก็ดี คดีนี้ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการไต่สวนของ ป.ป.ช. เท่านั้น ยังไม่ได้การชี้มูลความผิด ผู้เกี่ยวข้องทุกรายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่




