เผยมติ ป.ป.ช. ชี้มูล 'สยามรัฐ ศรีพระจันทร์' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหนองญาติ นครพนม คดีทุจริตจ่ายขาดเงินสะสมปีงบประมาณ 2555 จำนวน 60 โครงการ แบ่งซื้อจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการสอบราคา เข้ามีส่วนได้เสีย - แจ้งให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ส่งสำนวน อสส. ฟ้องร้องคดีอาญาตามขั้นตอนทางกฏหมายต่อไป-ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลได้อีก
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ พิจารณาสำนวนคดีกล่าวหา นายสยามรัฐ ศรีพระจันทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีตำบลหนองญาติ กับพวก ดำเนินการจ่ายขาดเงินสะสม ประจำปีงบประมาณ 2555 จำนวน 60 โครงการ โดยแบ่งซื้อแบ่งจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการสอบราคา และเข้ามีส่วนได้เสียในโครงการจ่ายขาดเงินสะสมประจำปีงบประมาณ 2555
ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 5 เสียง ดังนี้
1.การกระทำของนายสยามรัฐ หรือกิตติวัฒน์ ศรีพระจันทร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
2.สำหรับการกระทำของนายนิกร คำปัน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่ากระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ทั้งนี้ ให้แจ้งเทศบาลตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง
เบื้องต้นให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด




