News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช.ฟันอาญาซ้ำ!อดีตจนท.สภาฯทุจริต หลังถูกไล่ออก-เรียกคืนเครื่องราชฯ

ป.ป.ช.ฟันอาญาซ้ำ!อดีตจนท.สภาฯทุจริต หลังถูกไล่ออก-เรียกคืนเครื่องราชฯ

15 มี.ค. 2569 07:00
ผู้ชม 597 คน

เผยมติ ป.ป.ช. ชี้มูลอาญา 'ดรรชนี สิทธิพุธิ ทองแท้' อดีตนักวิชาการเงิน สนง.เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เบียดบังเงินหลวง หลอกคืนเงิน วางฎีกาซ้ำซ้อน หลังถูกไล่ออก-เรียกคืนเครื่องราชฯ ช่วงปี 63 ส่งสำนวน อสส. ฟ้องร้องคดีอาญาตามขั้นตอนทางกฏหมายยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลได้อีก ขณะที่ผู้บังคับบัญชาโดนแจ้งดำเนินการทางวินัยด้วย ฐานไม่ควบคุมตรวจทานเป็นเหตุให้เกิดทุจริต ทำให้ราชการเสียหาย

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ พิจารณาสำนวนคดีกล่าวหา นางดรรชนี สิทธิพุธิ ทองแท้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ กลุ่มงานการเงิน สำนักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เบียดบังเงินหลวง หลอกคืนเงิน ฎีกาซ้ำซ้อน ขณะที่นางสาวสุพัตรา กบิลคาม ผู้บังคับบัญชา โดนแจ้งเรื่องดำเนินการทางวินัย ฐานไม่ควบคุมตรวจทานเป็นเหตุให้นางดรรชนีอาศัยโอกาสเบียดบังเงินยืมราชการไปเป็นของตนเองโดยทุจริต ทำให้ราชการเสียหาย

โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 6 เสียง ในกรณีกล่าวหาแต่ละประเด็น ดังนี้

1.กรณีนางดรรชนี สิทธิพุธิ ทองแท้ ผู้ถูกกล่าวหา เบียดบังเงิน จำนวน 229,200 บาท ไปเป็นของตน โดยไม่ได้นำไปจ่ายให้กับนายรัศมิ์ธศิลป์ ปราสาทศรี ลูกหนี้ตามสัญญายืมเงินราชการ และไม่ได้นำส่งเงินให้กรรมการเก็บรักษาเงิน หรือส่งคืนคลังแต่อย่างใด มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172)

2.กรณีหลอกให้นายรัศมิ์ธศิลป์ ปราสาทศรี โอนเงินคืนนางดรรชนี สิทธิพุทธิ ทองแท้ ผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 35,400 บาท โดยอ้างว่าเป็นเงินที่สำนักการคลังและงบประมาณต้องนำไปจ่ายเป็นค่าเช่ารถตู้ รถบัส ทั้งที่ทราบดีว่าไม่สามารถเรียกเงินคืนโดยอาศัยเหตุดังกล่าวได้ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172)

3.กรณีนางดรรชนี สิทธิพุธิ ทองแท้ ผู้ถูกกล่าวหา ได้วางฎีกาซ้ำซ้อนกับฎีกาเดิมที่ได้มีการเบิกจ่ายเงินครบจำนวนแล้ว เพื่อขอเบิกเงินจำนวน 264,600 บาท (229,200 + 35,400) มาจ่ายให้กับนายรัศมิ์ธศิลป์ ปราสาทศรี ตามสัญญาเลขที่ 397/2559 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172)

4.กรณีนางดรรชนี สิทธิพุธิ ทองแท้ ผู้ถูกกล่าวหา ออกใบรับใบสำคัญ เล่มที่ 1004 เลขที่ 14 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2559 ระบุว่า ได้รับใบสำคัญจาก นายรัศมิ์ธศิลป์ ปราสาทศรี เพื่อส่งใช้เงินยืมตามสัญญายืมเงินราชการเลขที่ 354/2559 ฎีกาเลขที่ 1346/2559 จำนวน 529,000 บาท ทั้งที่นายรัศมิ์ธศิลป์ ปราสาทศรี ได้ส่งใบสำคัญการจ่ายเงินเพียงจำนวน 264,600 บาท มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) และ (4) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172)

นอกจากจะมีมูลความผิดทางอาญาแล้ว ยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ จากการไต่สวนเบื้องต้นปรากฏพฤติการณ์ว่า นางสาวสุพัตรา กบิลคาม ผู้บังคับบัญชากลุ่มการเงิน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของนางดรรชนี สิทธิพุธิ ทองแท้ ผู้ถูกกล่าวหา มีหน้าที่ตรวจสอบควบคุมการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่กลับไม่ควบคุมตรวจทานการรับคืนเงินรับชดใช้ใบสำคัญลูกหนี้เงินยืมราชการให้ถูกต้อง จนเป็นเหตุให้นางดรรชนี สิทธิพุธิ ทองแท้ ผู้ถูกกล่าวหา อาศัยโอกาสเบียดบังเงินยืมราชการไปเป็นของตนเองโดยทุจริต ทำให้ราชการเสียหาย จึงให้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 64

อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

กล่าวสำหรับนางดรรชนี สิทธิพุธิ ทองแท้ ในช่วงเดือนมกราคม 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ระบุว่า นางดรรชนี สิทธิพุธิ ทองแท้ หรือ นางดรรชนี ทองแท้ หรือ นางสาวดรรชนี สิทธิพุธิ อดีตข้าราชการรัฐสภาสามัญ ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ กลุ่มงานการเงิน สำนักการคลังและงบประมาณ ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุอันสมควรและมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริตและฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เรียกคืนประกอบด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทยและเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

ประกาศเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา

ประกาศเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ช.ฟันอาญาซ้ำ
อดีตจนท.
สภาผู้แทนราษฎร
ทุจริตเงินหลวง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว
เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว