ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'สรยา แสงวงศ์' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเชียงสือ สกลนคร ไม่ต่อสัญญาจ้างพนักงานตามภารกิจปีงบประมาณ 64 โดยมิชอบ ล่าสุดศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 4 พิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางสาวสรยา แสงวงศ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ตำบลเชียงสือ อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ไม่ต่อสัญญาจ้างให้กับพนักงานจ้างตามภารกิจของเทศบาลตำบลเชียงสือ ในปีงบประมาณ 2564 โดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ และ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาว่า นางสาวสรยา แสงวงศ์ จำเลยมีความผิดตาม ปอ. ม.157 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 ม. 172
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตาม ปอ. ม.157 เพียงบทเดียว ตาม ปอ. ม.90
จำคุก 1 ปี
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.




