News Logo
หน้าแรก
จบแล้ว! อสส.สั่งไม่อุทธรณ์ คดีอดีต ผอ.บังคับคดีสุพรรณ ทุจริตใช้รถหลวง

จบแล้ว! อสส.สั่งไม่อุทธรณ์ คดีอดีต ผอ.บังคับคดีสุพรรณ ทุจริตใช้รถหลวง

1 เม.ย. 2569 07:18
ผู้ชม 876 คน

คืบหน้าคดี 'บุญล้อม ประเสริฐสุทธิ์' อดีต ผอ.สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี โดนคุก 25 ปี ได้รอลงอาญา กรณีทุจริตใช้รถหลวง ล่าสุด อสส.สั่งไม่อุทธรณ์แล้ว เหตุจำเลยนําเงินมาวางบรรเทาความเสียหายพอถือได้ว่าสํานึกผิด รับราชการมานานมีคุณงามความดีมาก่อน โดนไล่ออกราชการแล้ว ไม่เคยถูกจำคุก โทษแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจรอการลงโทษชอบด้วยข้อเท็จจริง-กฎหมายแล้ว

จากกรณี สำนักข่าว Next News เสนอข่าวสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางสาวบุญล้อม ประเสริฐสุทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี นำรถยนต์ราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว โดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เบิกจ่ายจากเงินงบประมาณของทางราชการ โดยทุจริต ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157

โดยเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาว่า นางสาวบุญล้อม ประเสริฐสุทธิ์ จำเลย มีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 ลงโทษจำคุก 25 ปี ปรับ 420,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 พฤศจิกายน 2568 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นควรอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 กรณีศาลพิพากษาให้รอการลงโทษ จำคุกจำเลย

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบว่า เกี่ยวกับคดีนี้ อัยการสูงสุด (อสส.) ได้มีคําสั่งไม่อุทธรณ์ กรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้รอการลงโทษจําคุกจําเลยไว้ 2 ปี แล้ว

โดยพิเคราะห์จากข้อเท็จจริงในสํานวนการไต่สวนประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจของจําเลย จําเลยนําเงิน 34,970 บาท มาบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นอันพอจะถือได้ว่าจําเลยสํานึกในการกระทําความผิด

จําเลยรับราชการมานานจนดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี นับว่ามีคุณงามความดีมาก่อน จําเลยได้รับโทษทางวินัยโดยกรมบังคับคดีมีคําสั่งลงโทษไล่จําเลยออกจากราชการแล้ว ไม่ปรากฏว่าจําเลยเคยได้รับโทษจําคุกมาก่อน และโทษจําคุกของจําเลยแต่ละกระทงไม่เกินกระทงละ 5 ปี

ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจรอการลงโทษให้แก่จําเลยจึงชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว กรณีไม่มีเหตุอันควรอุทธรณ์

สำหรับคดีนี้ อัยการสูงสุด (อสส.) มีคําสั่งรับดําเนินคดีอาญาฟ้องและพนักงานอัยการ สํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 7 เป็นโจทก์ฟ้อง นางสาวบุญล้อม ประเสริฐสุทธิ์ จําเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 151, 157 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 7 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 123/1 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561มาตรา 172, 192

จําเลยให้การรับสารภาพ

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษาเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ว่า จําเลยมีความผิดตามฟ้องข้อ 2.1 และข้อ 2.2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 จําเลยมีความผิดตามฟ้องข้อ 2.3 ถึงข้อ 2.10 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 การกระทําของจําเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 และเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อทํา จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อํานาจในตําแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ กรมบังคับคดีและสํานักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ลงโทษตามฟ้องข้อ 2.1 และข้อ 2.2 จําคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 20,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจําคุก 10 ปี และปรับ 40,000 บาท ให้ลงโทษตามฟ้องข้อ 2.3 ถึงข้อ 2.10 จําคุก กระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 100,000 บาท รวม 8 กระทง เป็นจําคุก 40 ปี และปรับ 800,000 บาท รวมจําคุก 50 ปี และปรับ 840,000 บาท จําเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจําคุก 25 ปี และปรับ 420,000 บาท

พิเคราะห์ข้อเท็จจริงในสํานวนการไต่สวนประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจของจําเลยแล้ว เห็นว่า จําเลยนําเงิน 34,970 บาท มาบรรเทาวามเสียหายที่เกิดขึ้นอันพอจะถือได้ว่าจําเลยสํานึกในการกระทําความผิด จําเลยรับราชการมานานจนดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี นับว่ามีคุณงานความดีมาก่อน จําเลยได้รับโทษทางวินัยโดยกรมบังคับคดีมีคําสั่งลงโทษไล่จําเลยออกจากราชการแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าจําเลยเคยได้รับโทษจําคุกมาก่อน โทษจําคุกของจําเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี ให้รอการลงโทษจําคุกจําเลยไว้มีกําหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจําเลยไม่ชําระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คดีทุจริตดัง
อดีต ผอ.บังคับคดีสุพรรณ
ทุจริตใช้รถหลวง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว
เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว