News Logo
หน้าแรก
พฤติการณ์ อดีตผอ.บังคับคดีสุพรรณ ทุจริตใช้รถหลวง รอลงอาญา คุก 25 ปี

พฤติการณ์ อดีตผอ.บังคับคดีสุพรรณ ทุจริตใช้รถหลวง รอลงอาญา คุก 25 ปี

1 เม.ย. 2569 09:37
ผู้ชม 383 คน

"....นับรวมช่วงเวลาการกระทำความผิดจากเดือนมกราคม - ตุลาคม 2560 ใช้รถราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัวต่อเนื่องจำนวน 88 ครั้ง และมีการอนุมัติจัดซื้อน้ำมันรวม 36,270 บาทจำเลยให้การรับสารภาพ ...."

เป็นอีกหนึ่งคดีทุจริตสำคัญที่กำลังถูกจับตามองจากสังคม!

สำหรับคดีกล่าวหา นางสาวบุญล้อม ประเสริฐสุทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี นำรถยนต์ราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว โดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เบิกจ่ายจากเงินงบประมาณของทางราชการ โดยทุจริต ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา

โดยเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาว่า นางสาวบุญล้อม ประเสริฐสุทธิ์ จำเลย มีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 ลงโทษจำคุก 25 ปี ปรับ 420,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 พฤศจิกายน 2568 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นควรอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 กรณีศาลพิพากษาให้รอการลงโทษ จำคุกจำเลย

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ป.ป.ช.อุทธรณ์สู้! คุก25ปีรอลงอาญาอดีตผอ.บังคับคดีสุพรรณทุจริตใช้รถหลวง

อย่างไรก็ดี สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบข้อมูลล่าสุด ว่า เกี่ยวกับคดีนี้ อัยการสูงสุด (อสส.) ได้มีคําสั่งไม่อุทธรณ์ กรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้รอการลงโทษจําคุกจําเลยไว้ 2 ปี แล้ว โดยพิเคราะห์จากข้อเท็จจริงในสํานวนการไต่สวนประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจของจําเลย จําเลยนําเงิน 34,970 บาท มาบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นอันพอจะถือได้ว่าจําเลยสํานึกในการกระทําความผิด

จําเลยรับราชการมานานจนดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี นับว่ามีคุณงามความดีมาก่อน จําเลยได้รับโทษทางวินัยโดยกรมบังคับคดีมีคําสั่งลงโทษไล่จําเลยออกจากราชการแล้ว ไม่ปรากฏว่าจําเลยเคยได้รับโทษจําคุกมาก่อน และโทษจําคุกของจําเลยแต่ละกระทงไม่เกินกระทงละ 5 ปี ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจรอการลงโทษให้แก่จําเลยจึงชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว กรณีไม่มีเหตุอันควรอุทธรณ์

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

จบแล้ว! อสส.สั่งไม่อุทธรณ์ คดีอดีต ผอ.บังคับคดีสุพรรณ ทุจริตใช้รถหลวง

เพื่อให้สาธารณชนรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ มากขึ้น

สำนักข่าว Next News สืบค้นข้อมูลคำพิพากษาคดีนี้ มานำเสนอ ณ ที่นี้

คดีนี้ในช่วงเกิดเหตุ นางสาวบุญล้อม ประเสริฐสุทธิ์ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงาน (ผู้อำนวยการการเฉพาะด้านนิติการ) สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี มีอำนาจหน้าที่บริหารจัดการ จัดระบบงาน สั่งราชการ ประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการในสังกัด สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี ให้เป็นไปตามกฏหมาย รวมถึงมีอำนาจสั่งอนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลาง และมีหน้าที่ควบคุมดูแลการใช้ส่วนกลางของสำนักงานให้เป็นไปตามระเบียบ

จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ

-ในช่วงมกราคม 2560 จำเลยใช้รถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ญธ 4574 กรุงเทพมหานคร เดินทางไปทำกิจธุระส่วนตัว ในเวลานอกราชการ และวันหยุดราชการ รวม 9 ครั้ง

ต่อมาระหว่างวันที่ 4 มกราคม 2560 - 16 กุมภาพันธ์ 2560 จำเลยอนุมัติให้มีการจัดซื้อน้ำมัน สำหรับรถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ญธ 4574 กรุงเทพมหานคร ด้วยเงิน 4,650 บาท

-ในช่วงกุมภาพันธ์ 2560 จำเลยใช้รถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ญธ 4574 กรุงเทพมหานคร เดินทางไปทำกิจธุระส่วนตัว ในเวลานอกราชการ และวันหยุดราชการ รวม 7 ครั้ง

ต่อมาระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 - 16 มีนาคม 2560 จำเลยอนุมัติให้มีการจัดซื้อน้ำมัน สำหรับรถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ญธ 4574 กรุงเทพมหานคร ด้วยเงิน 3,340 บาท

-ในช่วงมีนาคม 2560 จำเลยใช้รถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ญธ 4574 กรุงเทพมหานคร เดินทางไปทำกิจธุระส่วนตัว ในเวลานอกราชการ และวันหยุดราชการ รวม 9 ครั้ง

ต่อมาระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2560 - 11 มีนาคม 2560 จำเลยอนุมัติให้มีการจัดซื้อน้ำมัน สำหรับรถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ญธ 4574 กรุงเทพมหานคร ด้วยเงิน 3,060 บาท

-ในช่วงเมษายน 2560 จำเลยใช้รถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ญธ 4574 กรุงเทพมหานคร เดินทางไปทำกิจธุระส่วนตัว ในเวลานอกราชการ และวันหยุดราชการ รวม 12 ครั้ง

ต่อมาระหว่างวันที่ 3 เมษายน 2560 - 9 พฤษภาคม 2560 จำเลยอนุมัติให้มีการจัดซื้อน้ำมัน สำหรับรถยนต์ส่วนกลาง หมายเลขทะเบียน ญธ 4574 กรุงเทพมหานคร ด้วยเงิน 2,920 บาท

นอกจากนี้ จำเลยยังกระทำความผิดลักษณะเดิม ในเดือนพฤษภาคม 2560 จำนวน 5 ครั้ง อนุมัติให้มีการจัดซื้อน้ำมัน 3,080 บาท , เดือนมิถุนายน 2560 จำนวน 10 ครั้ง อนุมัติให้มีการจัดซื้อน้ำมัน 2,690 บาท , เดือนกรกฏาคม 2560 จำนวน 10 ครั้ง อนุมัติให้มีการจัดซื้อน้ำมัน 3,050 บาท, เดือนสิงหาคม 2560 จำนวน 14 ครั้ง อนุมัติให้มีการจัดซื้อน้ำมัน 4,280 บาท , เดือนกันยายน 2560 จำนวน 11 ครั้ง อนุมัติให้มีการจัดซื้อน้ำมัน 4,700 บาท , เดือนตุลาคม 2560 จำนวน 1 ครั้ง อนุมัติให้มีการจัดซื้อน้ำมัน 4,500 บาท

นับรวมช่วงเวลาการกระทำความผิดจากเดือนมกราคม - ตุลาคม 2560 ใช้รถราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัวต่อเนื่องจำนวน 88 ครั้ง และมีการอนุมัติจัดซื้อน้ำมันรวม 36,270 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลฯ ได้พิเคราะห์พยานหลักฐาน เห็นว่า เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ โดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไป ก่อนจะมีคำพิพากษาว่า จําเลยมีความผิดตามฟ้องข้อ 2.1 และข้อ 2.2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 จําเลยมีความผิดตามฟ้องข้อ 2.3 ถึงข้อ 2.10 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1

การกระทําของจําเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 และเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อทํา จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อํานาจในตําแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ กรมบังคับคดีและสํานักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ลงโทษตามฟ้องข้อ 2.1 และข้อ 2.2 จําคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 20,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจําคุก 10 ปี และปรับ 40,000 บาท ให้ลงโทษตามฟ้องข้อ 2.3 ถึงข้อ 2.10 จําคุก กระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 100,000 บาท รวม 8 กระทง เป็นจําคุก 40 ปี และปรับ 800,000 บาท รวมจําคุก 50 ปี และปรับ 840,000 บาท

จําเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจําคุก 25 ปี และปรับ 420,000 บาท

พิเคราะห์ข้อเท็จจริงในสํานวนการไต่สวนประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจของจําเลยแล้ว เห็นว่า จําเลยนําเงิน 34,970 บาท มาบรรเทาวามเสียหายที่เกิดขึ้นอันพอจะถือได้ว่าจําเลยสํานึกในการกระทําความผิด จําเลยรับราชการมานานจนดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี นับว่ามีคุณงานความดีมาก่อน จําเลยได้รับโทษทางวินัยโดยกรมบังคับคดีมีคําสั่งลงโทษไล่จําเลยออกจากราชการแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าจําเลยเคยได้รับโทษจําคุกมาก่อน โทษจําคุกของจําเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี ให้รอการลงโทษจําคุกจําเลยไว้มีกําหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจําเลยไม่ชําระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30

......................

ก่อนที่ อสส.จะมีคําสั่งไม่อุทธรณ์คดี โดยพิเคราะห์จากข้อเท็จจริงในสํานวนการไต่สวนประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจของจําเลย จําเลยนําเงิน 34,970 บาท มาบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นอันพอจะถือได้ว่าจําเลยสํานึกในการกระทําความผิด

จําเลยรับราชการมานานจนดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรี นับว่ามีคุณงามความดีมาก่อน จําเลยได้รับโทษทางวินัยโดยกรมบังคับคดีมีคําสั่งลงโทษไล่จําเลยออกจากราชการแล้ว ไม่ปรากฏว่าจําเลยเคยได้รับโทษจําคุกมาก่อน และโทษจําคุกของจําเลยแต่ละกระทงไม่เกินกระทงละ 5 ปี ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจรอการลงโทษให้แก่จําเลยจึงชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว กรณีไม่มีเหตุอันควรอุทธรณ์ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวข้างต้น

ปิดฉากคดีนี้เป็นทางการ!!

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คดีทุจริตดัง
อดีตผอบังคับคดีสุพรรณ
ทุจริตใช้รถหลวง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว
เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว