ป.ป.ช. เผยแพร่ผลคดีกล่าวหา 'เผด็จ ดงยะโสภา' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลวิศิษฐ์ บึงกาฬ ข่มขืนใจ/จูงใจผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดิน กล่าวอ้างเป็นที่ดินสาธารณะ รีดเงิน 40% จากค่าเวนคืน ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 4 พิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี 12 เดือน ไม่รอลงอาญา - พวก 1 ราย โดน 5 ปี
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายเผด็จ ดงยะโสภา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลวิศิษฐ์อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ กับพวก คือ นายณัฐพล คำมี ข่มขืนใจหรือ จูงใจให้ผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินโดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ประกอบ มาตรา 83 และ 157 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาว่า นายเผด็จ ดงยะโสภา จำเลยที่ 1 มีความผิดตามกฏหมาย ลงโทษจำคุก กระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 ปี 12 เดือน ไม่รอลงอาญา
นายณัฐพล คำมี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามกฏหมาย ลงโทษ จำคุก 5 ปี
ศาลฯ วินิจฉัยคดีแล้ว เห็นว่า นายเผด็จ ดงยะโสภา จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 148, 83 และ พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91
เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 148 อันเป็นบทหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตาม ป.อ. มาตรา 90
จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง
จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78
คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 ปี 12 เดือน
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่ 1 แล้ว เห็นว่า พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 อาศัยอำนาจหน้าที่โดยทุจริต จูงใจให้ผู้เสียหายกับพวกมอบเงินให้ เพื่อรับรองให้ผู้เสียหายเป็นผู้มีสิทธิในที่ดิน อันจะทำให้มีสิทธิได้รับเงินค่าเวนคืนที่ดิน
แม้ผู้เสียหายจะมิได้จ่ายเงินให้แก่จำเลยก็ตาม
แต่การกระทำของจำเลยที่ 1 นับเป็นการกระทำที่มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตน โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนเสียหายของผู้อื่นและสังคมส่วนรวม อีกทั้งย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการ
พฤติการณ์นับเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษ
ส่วน นายณัฐพล คำมี จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 148, 83 และ พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 148, 83 อันเป็นบทหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตาม ป.อ. มาตรา 90
จำคุก 5 ปี
คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด(อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.
สำนักข่าว Next News รายงานว่า ก่อนหน้านี้ ในช่วงปี 2567 สำนักงาน ป.ป.ช. บึงกาฬ เผยแพร่ข่าว ชี้มูลคดีกล่าวหา นายเผด็จ ดงยะโสภา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลวิศิษฐ์ พร้อมกับพวกรวม 2 ราย ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบโดยกล่าวหาว่าที่ดินของผู้มีสิทธิ์ครอบครองเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ เพื่อข่มขืนใจหรือจูงใจให้ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมอบให้หรือหามาให้เป็นเงินจำนวนร้อยละ 40 ของเงินที่ผู้มีสิทธิ์ครอบครองที่ดินจะได้รับจากการเวนคืนที่ดิน
โดยคณะกรรมการป.ป.ช.ในการประชุมครั้งที่ 44 /2567 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 โดยมีมติว่านายเผด็จ คงยะโสภา เมื่อครั้งลงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลวิศิษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหาคนที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 มาตรา 83 และมาตรา 157 จนถึงดำเนินการในความผิดตามประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ 2561รวมถึงความผิดตามมาตรา 172 ของพระราชบัญญัติมาตรา73 ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496
สำหรับนายณัฐพล คำมี ผู้กล่าวหาที่ 2 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านนาสุขสันต์หมู่ที่ 12 ตำบลวิศิษฐ์มีมูลความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 148 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 172 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพระราชบัญญัติระเบียบว่าด้วยข้าราชการพลเรือนพ.ศ 2551มาตรา 85 อนุมาตรา 1 และ 4 มีความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง




