"...จำเลยที่ 1 จึงไม่ทราบปัญหาและเกษียนสั่ง "ทราบ" ตามที่เสนอมา โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าในเวลานั้นจำเลยที่ 1 รู้หรือควรจะรู้ว่าต่อไปโครงการนี้จะมีปัญหาการสั่งหนังสือไปโดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในเวลานั้น จึงเป็นการใช้วิจารณญาณปฏิบัติหน้าที่ไปโดยชอบแล้ว และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ได้รับผลประโยชน์ใดในทางทุจริต..."
กรณี นางสุนี สมมี หรือ สุขประสงค์ดี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำปาง รอดพ้นคดีกล่าวหาทุจริตโครงการก่อสร้างทำนบดินห้วยแม่เตี๊ยะ บ้านแม่เตี๊ยะใน หมู่ที่ 1 ตำบลแม่ถอด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ปีงบประมาณ 2553 หลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 มีคำพิพากษายกฟ้อง ขณะที่พวกหลายคนถูกตัดสินลงโทษ
โดยคดีนี้ นับเป็นคดีที่ 7 ที่ นางสุนี สมมี หรือ สุขประสงค์ดี ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดและส่งสำนวนการไต่สวนคดีให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ขณะที่ก่อนหน้านี้ นางสุนี สมมี ถูกตัดสินลงโทษจำคุกจากคดีทุจริตไปแล้ว 6 คดี คดีแรก 50 ปี คดีสอง 8 ปี คดีสาม 50 ปี คดีสี่ 5 ปี คดีห้า 50 ปี คดีหก 50 ปี (นับรวม 213 ปี)

ภาพประกอบรายงาน
ข้อเท็จจริงสำคัญประการหนึ่งที่ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นทางการ คือ ทำไมคดีนี้ ศาลฯ ยกฟ้อง นางสุนี รอดพ้นโทษคุก
สำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันข้อมูลคำพิพากษาคดีนี้ พบว่า ในการพิจารณาตัดสินคดีนี้ ศาลได้หยิบยกปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ขึ้นมาพิจารณาด้วย
โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ไม่สั่งการให้ตรวจสอบพื้นที่โครงการว่าอยู่ในกำกับดูแลของหน่วยราชการใด เพื่อขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนดำเนินโครงการตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ถอดมีหนังสือแจ้งเตือนมา
กลับอนุมัติให้ดำเนินโครงการและปล่อยให้โครงการดำเนินไปจนเกิดความเสียหายต่อเงินงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง
เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต
จำเลยที่ 1 นำสืบต่อสู้ว่า โครงการตามฟ้องอยู่ในแผนพัฒนาสามปี มีการสำรวจพื้นที่ ออกแบบ ประมาณราคา ผ่านขั้นตอนของบประมาณในสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง เป็นข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
นายทวีเดช (สงวนนามสกุล) นิติกร ตอบทนายจำเลยที่ 1 ว่า การขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ก่อสร้างต้องเริ่มจากผู้ควบคุมงานขึ้นมาตามลำดับชั้น ตอบทนายจำเลยที่ 4 ว่า โดยหลักแล้วการนำโครงการใดเข้าข้อบัญญัติต้องขออนุญาตใช้พื้นที่จากหน่วยงานที่ดูแลก่อนแล้ว
เห็นว่า เมื่อโครงการตามฟ้องอยู่ในแผนพัฒนา ผ่านการสำรวจ ออกแบบ ประมาณราคา และผ่านการพิจารณาจากสภาท้องถิ่นเป็นข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ย่อมมีเหตุให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้บริหารเข้าใจว่าการก่อสร้างโครงการไม่มีปัญหา
หากมีปัญหาระหว่างก่อสร้าง ก็เป็นหน้าที่ผู้ควบคุมงานต้องรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพื่อขออนุญาตจากหน่วยงานดูแลพื้นที่ภายหลังแล้วก่อสร้างต่อไป
หรือหากอนุญาตให้ไม่ได้ ก็ทำเรื่องเสนอขออนุมัติเปลี่ยนแปลงสถานที่ก่อสร้างต่อสภาท้องถิ่น
แต่นายอนันต์ (สงวนนามสกุล) นักบริหารงานช่าง 7 ทำบันทึกในหนังสือองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ถอด ถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ข้อความว่า
"เพื่อโปรดทราบ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ถอดแจ้งยืนยันยินยอมให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางใช้พื้นที่ดำเนินโครงการทำนบดินห้วยแม่เตี๊ยะ หมู่ที่ 1"
มีผู้อำนวยการกองช่างลงชื่อในบันทึกดังกล่าว เมื่อกองช่างผู้สำรวจออกแบบและของบประมาณไม่รายงานว่าโครงการมีปัญหา
จำเลยที่ 1 จึงไม่ทราบปัญหาและเกษียนสั่ง "ทราบ" ตามที่เสนอมา
โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าในเวลานั้นจำเลยที่ 1 รู้หรือควรจะรู้ว่าต่อไปโครงการนี้จะมีปัญหา
การสั่งหนังสือไปโดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในเวลานั้น จึงเป็นการใช้วิจารณญาณปฏิบัติหน้าที่ไปโดยชอบแล้ว และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า
จำเลยที่ 1 ได้รับผลประโยชน์ใดในทางทุจริต
พยานหลักฐานจากการไต่สวนยังไม่พอให้รับฟังว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้อง
...........................
ก่อนจะมีคำพิพากษาดังนี้
1.นางสุนี สมมีหรือสุขประสงค์ดี จำเลยที่ 1 ยกฟ้อง
2.นายทองดี จอมวงศ์ จำเลยที่ 2 นายมงคล ไชยคำ จำเลยที่ 3 มีความผิดตาม ปอ. ม. 151 จำคุก คนละ 5 ปี
3. นายสิงหา ศรีนวลฟูต๊ะ จำเลยที่ 4 มีความผิดตาม ปอ. ม. 157 จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอ การลงโทษไว้ 2 ปี แต่ยกฟ้องความผิด ป.อ. ม.151
4.ห้างหุ้นส่วนจำกัด พิธธน การโยธา หรือพิพิธธน การโยธา จำเลยที่ 5 มีความผิดตาม ป.อ.ม. 151 ประกอบ ม.86 ลงโทษปรับ 14,000 บาท
5.นางสาวกรรณิการ์ ต๊ะบรรจง จำเลยที่ 6 มีความผิดตาม ป.อ. ม. 151 ประกอบ ม.86 จำคุก 2 ปี 2 เดือน 20 วัน
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
ขณะที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) เห็นชอบตามความเห็นของอัยการสูงสุด (อสส.) ที่จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 กรณีศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 6 และเห็นควรอุทธรณ์คำพิพากษา กรณียกฟ้องจำเลยที่ 1
บทสรุปสุดท้าย ผลการต่อสู้คดีที่ 7 นี้ จะออกมาเป็นอย่างไร
ต้องติดตามดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

อินโฟฯ รวมคดี 'สุนี สมมี' อดีตนายกอบจ.ลำปาง




