News Logo
หน้าแรก
อสส.ไม่อุทธรณ์แล้ว! อดีตนายก อบต.หนองขาม รอดคุก 18 ปี 54 ด.

อสส.ไม่อุทธรณ์แล้ว! อดีตนายก อบต.หนองขาม รอดคุก 18 ปี 54 ด.

13 เม.ย. 2569 07:41
ผู้ชม 133 คน

ปิดฉาก! คดีกล่าวหา 'บุญยัง วังเปรม' อดีตนายก อบต.หนองขาม สุพรรณบุรี นำบัตรน้ำมันราชการเติมรถยนต์ส่วนตัว จำคุก  9 กระทง 18 ปี 54 เดือน แต่ได้รอลงอาญา ล่าสุด อสส. มีความเห็นไม่อุทธรณ์สู้คดีต่อ ชี้คำพิพากษาเหมาะสมพฤติการณ์ความร้ายแรงแห่งคดีแล้ว

สำนักข่าว Next News รายงานว่า จากกรณีปรากฏข่าวเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษนายบุญยัง วังเปรม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองขาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี นำบัตรเติมน้ำมันรถราชการ (Fleet Card) ของ อบต.หนองขาม เติมรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. มาตรา 151, 157, 269/5 ประกอบมาตรา 269/7 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา

โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาว่า นายบุญยัง วังเปรม จำเลย มีความผิดตามกฎหมาย ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 91 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง รวม 9 กระทง เป็นจำคุก 18 ปี 54 เดือน ปรับ 180,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2567 มีมติขอความอนุเคราะห์ให้อัยการสูงสุด (อสส.) อุทธรณ์คำพิพากษาในประเด็นรอการลงโทษจำเลย

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบว่า เกี่ยวกับคดีนี้ อัยการสูงสุด (อสส.) มีความเห็นไม่อุทธรณ์คดีนี้แล้ว เนื่องจากเห็นว่าคำพิพากษาดังกล่าวเหมาะสมกับพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งคดีแล้ว

ความเห็นของอัยการสูงสุด ระบุว่า คดีนี้อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้รับคำร้องเป็นคดีอาญา และมอบหมายให้พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 151, 157, 269/5, 269/7 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 7 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 196, 190

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิมและที่แก้ไขใหม่) มาตรา 157 (เดิมและที่แก้ไขใหม่) มาตรา 269/5 (เดิมและที่แก้ไขใหม่) ประกอบมาตรา 269/7 (เดิมและที่แก้ไขใหม่) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

สำหรับข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้ หลังจากนั้นจำเลยนำใบบันทึกรายการใช้บัตรดังกล่าวมอบให้เจ้าหน้าที่พัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองขาม กรอกข้อความในใบขอเบิกวัสดุเชื้อเพลิงและหล่อลื่น และอนุมัติเบิกเงินรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 มาจ่ายชำระคืนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในเวลาต่อเนื่องกัน จึงเป็นการกระทำโดยมีเจตนาต่อเนื่องกันและจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน การใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์และการอนุมัติเบิกเงินของจำเลยในแต่ละครั้งจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 91 รวม 9 กระทง เป็นจำคุก 18 ปี 54 เดือน ปรับ 180,000 บาท

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและสภาพความผิดของจำเลย ประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว จำเลยไม่เคยกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันมาก่อน ภายหลังเกิดเหตุจำเลยชดใช้เงินคืนแก่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองขาม จำนวน 13,000 บาท ครบถ้วน ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองขามไม่ประสงค์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยต่อไป ส่วนคดีอาญาประสงค์ให้รอการลงโทษจำเลย ทั้งจำเลยได้รับผลร้ายจากการกระทำความผิดของตนโดยถูกคำสั่งให้ พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งทำให้จำเลยไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตแล้ว

เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน ห้าปี และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน กรณีมีเหตุสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวประพฤติตนเป็น พลเมืองดี ต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยเป็นเวลา 1 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ตามเงื่อนไขและกำหนดระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควร เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามคำฟ้องโจทก์ โดยลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ซึ่งเป็นบทเฉพาะและเป็นกฎหมายบทหนัก โดยศาลให้เหตุผลว่าการกระทำของจำเลยที่ได้ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์เป็นการนำไปใช้ชำระค่าน้ำมัน หลังจากนั้น จำเลยนำใบบันทึกรายการการใช้บัตรดังกล่าว มอบให้เจ้าหน้าที่พัสดุของ อบต. กรอกข้อความในใบขอเบิกวัสดุเชื้อเพลิงและหล่อลื่น และ อนุมัติ เบิกรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 มาจ่ายชำระคืนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในเวลาต่อเนื่องกัน อันเป็นการกระทำโดยมีเจตนาต่อเนื่องกันและจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน เพื่อให้ได้รับเงินของผู้เสียหาย การใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์และการอนุมัติเบิกเงินของจำเลยในแต่ละครั้ง จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทโดยเป็นความผิดรวม 9 กระทง กรณีดังกล่าวชอบด้วยเหตุผลแล้ว

ส่วนการที่รอการลงโทษจำเลยนั้น เมื่อการกระทำความผิดของจำเลย ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกินห้าปี และไม่ปรากฏว่าจำเลย เคย รับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับจำเลยชดใช้เงินที่จำเลยอนุมัติเบิกจ่ายไปคืนแก่ อบต. จำนวน 13,000 บาท จนครบถ้วน ทั้ง อบต. ไม่ประสงค์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยต่อไป โทษที่ลงจึงเหมาะสมกับพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำความผิดของจำเลย คำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ข่าวทุจริต
อดีตนายกอบต.หนองขาม
ใช้บัตรน้ำมันหลวงเติมรถส่วนตัว



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คืบหน้า 7 นายทหาร ปลอมบิลอบรมเบิกเกินจริง 1.1 ล.-ทอ.สั่งสอบ/ลงโทษแล้ว
คืบหน้า 7 นายทหาร ปลอมบิลอบรมเบิกเกินจริง 1.1 ล.-ทอ.สั่งสอบ/ลงโทษแล้ว