News Logo
หน้าแรก
คดีฉาว! 'อดีตลูกจ้าง' สนง.อัยการสูงสุด เบียดบังเงินหลวง คุก 95 ปี

คดีฉาว! 'อดีตลูกจ้าง' สนง.อัยการสูงสุด เบียดบังเงินหลวง คุก 95 ปี

21 เม.ย. 2569 07:34
ผู้ชม 108 คน

"...คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสะท้อนปัญหาการทุจริตภายในหน่วยงานรัฐ ที่เริ่มต้นจากการเบียดบังเงินจำนวนไม่มาก แต่สะสมต่อเนื่องหลายปี จนกลายเป็นความเสียหายหลักล้าน และจบลงด้วยโทษจำคุกเกือบครึ่งศตวรรษ ..."

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญชะตากรรม ถูกศาลพิพากษาจำคุกหลายสิบปี จากพฤติการณ์ทุจริตที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่รับผิดชอบ

หนึ่งในคดีสำคัญ คือกรณีของ นางสาวพัชนิดา หรือภารดี เค้าแคน หรือ สินธวรัตน์ อดีตเจ้าพนักงานธุรการ ปฏิบัติงานสำนักฝึกอบรม สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด และถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลาหลายสิบปี

เรื่องราวของนางสาวพัชนิดา หรือภารดี เค้าแคนหรือ สินธวรัตน์ ถูกเปิดเผยขึ้น

เมื่อสำนักงาน ป.ป.ช. ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางสาวพัชนิดา หรือภารดี เค้าแคนหรือ สินธวรัตน์ กรณีทุจริตเบียดบังงบประมาณที่ใช้ในโครงการฝึกอบรม และเงินงบประมาณอื่นที่อยู่ในหน้าที่และความรับผิดชอบไปเป็นประโยชน์ส่วนตน

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.

คดีนี้ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ฟ้องคดีเอง ภายหลังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 16/2562 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 และมาตรา 268 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 123/1 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 192 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และมาตรา 91

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาคกลาง มีคำพิพากษาว่า นางสาวพัชนิดา หรือภารดี เค้าแคนหรือ สินธวรัตน์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) มาตรา 161 (เดิม) มาตรา 264 วรรคแรก (เดิม), มาตรา 265 (เดิม), มาตรา 266 และมาตรา 268 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 (เดิม)

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม เป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้น เป็นของตนโดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามคำฟ้องข้อ 3.1 ถึง 3.13 และข้อ 3.16 ถึง 3.19 เป็นกรรมเดียว
เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 17 กระทง

ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น ฐานปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ ฐานปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ ฐานปลอมตั๋วเงิน ฐานใช้เอกสารปลอม และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความ
เสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามฟ้องข้อ 3.14 และข้อ 3.15 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง รวมจำคุก 19 กระทง รวมโทษทุกกระทงเป็นจำคุก 95 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 47 ปี 6 เดือน

ต่อมาศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 19 กระทง ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 38 ปี 114 เดือน

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ปัจจุบันคดีถึงที่สุดแล้ว

เกี่ยวกับคดีนี้ ในช่วงปี 2560-61 สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของ น.ส.พัชนิดา เค้าแคน ไว้ชั่วคราว หลังจากมีการตรวจสอบพบว่า น.ส.พัชนิดา เบียดบังนำเงินทดรองราชการทำให้สำนักงานอัยการสูงสุดได้รับความเสียหายจำนวน 3,501,511.20 บาท

เบื้องต้น คณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน ของ น.ส.พัชนิดา ไว้ชั่วคราว คือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ฮอนด้ารุ่นแจ๊ส สีดำ และที่ดินตามโฉนดที่ดิน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด (อาคารชุดเคหะชุมชนธนบุรี 1) เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกนำไปซุกซ่อนในชื่อคนใกล้ชิด ขณะเดียวกัน สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนการกระทำความผิดของ น.ส.พัชนิดา อีกทางหนึ่ง

ก่อนที่ในช่วงปี 2562 คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีมติชี้มูลความผิด นางสาวพัชนิดา หรือภารดี เค้าแคนหรือ สินธวรัตน์ ตามข้อมูลข้างต้น

ต่อมาในช่วงปี 2564 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม และสำนักงาน ป.ป.ช. นำหมายจับศาลฯ เข้าจับกุมตัว น.ส.พัชนิดา บ้านพักใน ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ระบุพฤติการณ์การกระทำความผิดตามหมายจับกุมตัวว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี 2555 น.ส.พัชนิดา ยังเป็นเจ้าพนักงานธุรการ ปฏิบัติงาน สำนักฝึกอบอรม สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เสนอเรื่องขออนุมัติยืมเงินทดรองราชการ ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. 2555 – 18 ก.ย. 2560 ในโครงการอบรม จำนวน 16 โครงการ ผู้ต้องหากลับนำเงินที่เหลือจากโครงการมาใช้จ่ายส่วนตัว และยังจัดทำเอกสารการคืนเงินให้กับหน่วยงาน ด้วยการนำเงินจากโครงการต่างๆ มาคืนให้ เพื่อเป็นการหักล้างบัญชีเงินทดรองราชการตามระเบียบฯ ภายหลังมีการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาได้แสวงหาประโยชน์จากเงินโครงการต่างๆ นำไปใช้จ่ายส่วนตัว จากทั้งหมด 16 โครงการ รวมเป็นเงิน 2,696,051 บาท จึงมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวน จนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านใน ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

ภาพการเข้าจับกุมตัว น.ส.พัชนิดา

ภาพการเข้าจับกุมตัว น.ส.พัชนิดา

จากการสอบสวน น.ส.พัชนิดา ให้การรับสารภาพว่า เริ่มทำงานมาตั้งแต่ปี 2554 ทำหน้าที่เบิกจ่ายงบประมาณ กระทั่งเมื่อปี 2556 ได้เริ่มนำเงินที่เหลือจากโครงการต่างๆ ไปใช้ส่วนตัว เมื่อต้องคืนเงินของทางราชการตาม ระเบียบฯ จะนำเงินจากโครงการอื่นๆ ไปส่งคืนแทน และจะทำแบบนี้เรื่อยมา แต่สุดท้ายไม่มีเงินคืนให้หน่วยงาน เพราะไม่มีงบประมาณจากโครงการใหม่เข้ามา ทำให้ถูกตรวจสอบจนพบว่ามีแต่เอกสารคืนเงิน แต่ไม่มีเงินมาคืนแต่อย่างใด

คดีนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสะท้อนปัญหาการทุจริตภายในหน่วยงานรัฐ ที่เริ่มต้นจากการเบียดบังเงินจำนวนไม่มาก แต่สะสมต่อเนื่องหลายปี จนกลายเป็นความเสียหายหลักล้าน และจบลงด้วยโทษจำคุกเกือบครึ่งศตวรรษ

และนับเป็นกรณีศึกษาสำคัญเกี่ยวกับช่องโหว่ระเบียบการใช้จ่ายเงินรัฐ วิบากกรรมทุจริต ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เดินย้ำซ้ำรอยเอาเป็นเยี่ยงอย่างในอนาคตอีกต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
อดีตลูกจ้าง สนง.อัยการสูงสุด
เบียดบังเงินหลวง
ป.ป.ช.
นางสาวพัชนิดา หรือภารดี เค้าแคน หรือ สินธวรัตน์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัพย์สิน 41 ล้าน 'สุเทพ แก่งสันเทียะ' ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ทรัพย์สิน 41 ล้าน 'สุเทพ แก่งสันเทียะ' ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ