ป.ป.ช. เผยแพร่ผลคดีกล่าวหา 'ศรินันท์ จันทร์ส่องแสง' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแคน อำเภอสนม สุรินทร์ -พวก ทุจริตเงินโครงการนมโรงเรียน ล่าสุด ศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 9 เดือน หลังรับสารภาพ ได้รอลงอาญา
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางศรินันท์ จันทร์ส่องแสง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลแคน อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ กับพวก คือ นางชาต มาลีหวล นำหลักฐานการจัดซื้ออาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 มาเบิกจ่ายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 และส่งมอบก่อนทำสัญญาโดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567
ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาว่า นางศรินันท์ จันทร์ส่องแสง จำเลยที่ 1 และ นางชาต มาลีหวล จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
พิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 80,000 บาท
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78
คงจำคุกคนละ 9 เดือน และปรับคนละ 40,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับลักษณะการกระทำ ความประพฤติโดยทั่วไป ไม่ปรากฏข้อเสียหายร้ายแรง และไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี
โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมประพฤติจำเลยทั้งสองไว้มีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยทั้งสองไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาคุมประพฤติ ตามมาตรา 56
หากไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามมาตรา 29 และ 30
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นควรอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลดังกล่าว ในประเด็นการรอการลงโทษจำเลยทั้งสอง
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




