ป.ป.ช. ภาค 4 สนธิกำลังตำรวจ ปทุมธานี รวบกรรมการบริษัทฯ คดีฮั้วประมูลสื่อการสอน อบจ.บึงกาฬ งบประมาณรวม 20 ล้าน เผยพฤติการณ์ผู้ต้องหา ส่งใบเสนอราคาไม่ชอบด้วยกฎหมาย-ทำหน้าที่เป็นคู่เทียบให้อีกบริษัท
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 4 ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เข้าจับกุมนายเต็มสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) กรรมการผู้มีอำนาจจัดการแทน บริษัท ไลฟ์ แอนด์ เลิร์น เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 4 (ศาลจังหวัดธัญบุรี) ในความผิดฐานฮั้วประมูลโครงการจัดซื้อสื่อการเรียนการสอนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ
การจับกุมนายเต็มสิทธิ์ฯ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนในจังหวัดบึงกาฬสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อจัดหาสื่ออุปกรณ์พัฒนาการเรียนรู้ตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬเสนอ โครงการนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2559 จำนวน 20,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬกว่า 215 แห่ง
ในระหว่างการพิจารณาคัดเลือกสื่อการเรียนการสอนและวัสดุการศึกษาประจำปีงบประมาณ 2559 คณะกรรมการได้มีผู้เสนอราคาจำนวน 5 ราย ซึ่งรวมถึง บริษัท ไลฟ์ แอนด์ เลิร์น เทคโนโลยี จำกัด โดยมีนายเต็มสิทธิ์ฯ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ จากการตรวจสอบพบว่า นายเต็มสิทธิ์ฯ มีพฤติการณ์ในการส่งใบเสนอราคาที่มีรายการคุณลักษณะและราคาสื่อการเรียนการสอนเหมือนกัน เพื่อทำหน้าที่เป็นคู่เทียบให้อีกบริษัทหนึ่งเป็นผู้ชนะการเสนอราคา และมีสิทธิเข้าทำสัญญากับองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
การกระทำของนายเต็มสิทธิ์ฯ ถูกพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นความผิดหลายฐาน อาทิ เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต นอกจากนี้ ยังเป็นความผิดฐานตกลงร่วมกันในการเสนอราคาเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือโดยการกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้าหรือบริการอื่นต่อหน่วยงานของรัฐ อันเป็นการเอาเปรียบหน่วยงานของรัฐ และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, มาตรา 157 และพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เจ้าหน้าที่นักสืบสวนคดีทุจริตสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่านายเต็มสิทธิ์ฯ พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักในพื้นที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จึงได้วางแผนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี โดยเฝ้าสังเกตการณ์จนกระทั่งพบตัวนายเต็มสิทธิ์ฯ ขับรถออกจากบ้านพัก และได้ติดตามไปจนถึงสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งในตำบลบางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับ ซึ่งนายเต็มสิทธิ์ฯ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและยังไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อน
หลังจากแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ทราบ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเต็มสิทธิ์ฯ ไปยังกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เพื่อลงบันทึกประจำวัน จัดทำบันทึกจับกุม เก็บลายพิมพ์นิ้วมือเพื่อจัดทำทะเบียนประวัติ และแจ้งการควบคุมตัวไปยังอัยการและฝ่ายปกครองตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 จากนั้นจะควบคุมตัวส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 4 เพื่อดำเนินการฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ต่อไป
ปฏิบัติการครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้การอำนวยการโดยนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และนายพิเศษ นาคะพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 4
อนึ่ง สำนักงาน ป.ป.ช. ได้แจ้งให้ทราบว่า “ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”




