เผยความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ทรงชัย นกขมิ้น' นายก อบต.ราชาเทวะ อำเภอบางพลี สมุทรปราการ โดนคุกคดีแรก 4 ปี ทุจริตโครงการจัดซื้อกล้อง CCTV) ปี 2557 กำหนดราคากลางสูงเกินจริง ล่าสุด พวก 4 ราย รอดหมดแล้ว อสส.สั่งไม่อุทธรณ์สู้ต่อ ชี้เหตุ ป.ป.ช. ยังไม่มีข้อเท็จจริงหักล้างเหตุผลตามคำวินิจฉัยศาลชั้นต้นได้
สำนักข่าว Next News รายงานว่า จากกรณีปรากฏข่าว ในช่วงเดือนมิถุนายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก นายทรงชัย นกขมิ้น เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นเวลา 4 ปี และปรับ 200,000 บาท ในคดีทุจริตโครงการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) พร้อมติดตั้ง เมื่อปี พ.ศ.2557 และกำหนดราคากลางสูงกว่าความเป็นจริง
โดยคดีนี้นับเป็นคดีแรกที่ นายทรงชัย นกขมิ้น ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก หลังจากที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นายทรงชัย ไปแล้ว 5 คดี มี 2 คดีที่ศาลฯ พิพากษายกฟ้องและอยู่ระหว่างต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ คือ คดีกำหนดรายละเอียดด้านเทคนิคของเครี่องสูบน้ำและชุดควบคุมอัตราการไหล (Regulator) ในการจัดซื้อรถดับเพลิงกู้ภัยแบบกระเช้าบันไดสูงไม่น้อยกว่า 22 เมตรขนาด 10 ล้อ พร้อมอุปกรณ์จำนวน 1 คัน ในราคา 39,920,000 บาท โดยมุ่งหมายมิให้มีการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และคดีจัดซื้อรถดับเพลิงกู้ภัยแบบกระเช้าบันไดสูง รวมถึงคดีจัดซื้อเสาไฟกินรี
อย่างไรก็ดี คดีทุจริตโครงการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ข้างต้น ศาลฯ มีคำพิพากษายกฟ้อง นางหทัยพัชร ช่วงชู จำเลยที่ 2 , นายเดชา เพ็ชรไทย จำเลยที่ 3 ,นางสาววาสนา อุ่นรอด จำเลยที่ 8 และ นางสาวรักยิ้ม เฮงหลี จำเลยที่ 9
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 มีมติเห็นควรอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 กรณีพิพากษายกฟ้อง จำเลย ที่ 2 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 8 และ จำเลยที่ 9
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบว่า คดีทุจริตโครงการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ดังกล่าว อัยการสูงสุด (อสส) มีความเห็นที่จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลฯ ที่ยกฟ้องในส่วนของ จำเลย ที่ 2 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 8 และ จำเลยที่ 9 แล้ว ซึ่งแม้คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีความเห็นแย้ง ให้อุทธรณ์ เนื่องจากเห็นว่า จำเลยทั้ง 4 ราย มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต แต่ข้อโต้แย้งของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังไม่มีข้อเท็จจริงหักล้างเหตุผลตามคำวินิจฉัยศาลชั้นต้นไป

เอกสารชี้แจงของอัยการสูงสุด
สำหรับคดีนี้ นายทรงชัย และพวก ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 , 157 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) มาตรา 4 , 10 , 11 และ 12 ตาม พรป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ป.อ. มาตรา 86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา
ปรากฏชื่อ นายทรงชัย นกขมิ้น จำเลยที่ 1 , นางหทัยพัชร ช่วงชู จำเลยที่ 2 , นายเดชา เพ็ชรไทย จำเลยที่ 3 , บริษัท ไอ มีเดียอินโนเวชั่น จำกัด หรือบริษัท ไอมีเดีย เอ็น จิเนียริ่ง จำกัด จำเลยที่ 4 นายธานัท ธนนันทิธร หรือนายอิศรทรัพย์ รัตนอมรชัย จำเลยที่ 5 , นายสุธน ศิริพฤกษ์ จำเลยที่ 6 นางสาวนารญา จิรานัทรุจ หรือนางสาวมณีลดา ดนตรี จำเลยที่ 7 นางสาววาสนา อุ่นรอด จำเลยที่ 8 และ นางสาวรักยิ้ม เฮงหลี จำเลยที่ 9
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาดังนี้
1. นายทรงชัย นกขมิ้น จำเลยที่ 1 นายธานัท ธนนันทิธร หรือนายอิศรทรัพย์ รัตนอมรชัย จำเลยที่ 5 , นายสุธน ศิริพฤกษ์ จำเลยที่ 6 นางสาวนารญา จิรานัทรุจ หรือนางสาวมณีลดา ดนตรี จำเลยที่ 7 มีความผิดตามกฎหมาย
2. ยกฟ้อง นางหทัยพัชร ช่วงชู จำเลยที่ 2 , นายเดชา เพ็ชรไทย จำเลยที่ 3 ,นางสาววาสนา อุ่นรอด จำเลยที่ 8 และ นางสาวรักยิ้ม เฮงหลี จำเลยที่ 9
3. ลงโทษจำคุก ตาม พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12
- ลงโทษจำคุก นายทรงชัย นกขมิ้น จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 6 ปี และ ปรับ 300,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 พอเป็นประโยชน์แก่การ พิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี และปรับ 200,000 บาท
- ลงโทษปรับจำเลยที่ 4 เป็นเงิน 133,333.33 บาท
- ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5 ถึง จำเลยที่ 7 คนละ 4 ปี และปรับคนละ 200,000 บาท ทางนำ สืบของจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 พอเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษ ให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน และปรับ คนละ 133,333.33 บาท
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 มีมติเห็นควรอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 กรณีพิพากษายกฟ้อง จำเลย ที่ 2 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 8 และ จำเลยที่ 9
สำหรับ พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ มีความผิดฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปี ถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
อย่างไรก็ดี คดียังไม่สิ้นสุด จำเลยมีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




