ป.ป.ช. เผยแพร่ผลคดีกล่าวหา 'สาธิต สุขจิตร' อดีตนายก อบต.วังประจบ อำเภอเมืองตาก นำรถยนต์ราชการไปใช้ประโยชน์เพื่อตนเอง ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 6 พิพากษาลงโทษจำคุก 38 ปี 114 เดือน หลังรับสารภาพ
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสาธิต สุขจิตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วังประจบ อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก นำรถยนต์ของทางราชการไปใช้เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 , 157 ประกอบมาตรา 91 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบป.อ.มาตรา 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาว่า นายสาธิต สุขจิตร จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
จำคุกกระทงละ 5 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน
รวม 19 กระทง เป็นจำคุก 38 ปี 114 เดือน
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
สำหรับประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.
สำนักข่าว Next News รายงานเพิ่มเติมว่า กรณีนายสาธิต ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดคดีนำรถยนต์ส่วนกลางของทางราชการไปใช้เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น นั้น ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ในช่วงปี 2555 – 2559 นายสาธิต ได้นำรถยนต์ส่วนกลางขององค์การบริหารส่วนตำบลวังประจบ หมายเลขทะเบียน กค 3476 ตาก ไปใช้งานโดยเป็นผู้ขับรถยนต์ด้วยตนเองหรือให้พนักงานจ้างทำหน้าที่ขับรถยนต์ให้ และได้ลงนามในใบสั่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้กับรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าว จำนวน 19 ครั้ง รวมเป็นเงินจำนวน 37,522.25 บาท โดยไม่ปรากฏหลักฐานการขออนุญาตใช้รถและลงบันทึกข้อมูลการใช้งานรถยนต์ส่วนกลาง รวมทั้งไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าได้นำรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าวไปใช้เพื่อปฏิบัติราชการในภารกิจใด
ทั้งนี้ ปัญหาคดีรถหลวงเป็นหนึ่งในประเด็นทุจริตที่ถูกตรวจสอบอย่างต่อเนื่องในหลายหน่วยงานของรัฐ ทั้งระดับท้องถิ่น ส่วนราชการ และองค์กรของรัฐ โดยสาระสำคัญของปัญหาอยู่ที่การนำ “รถราชการ” หรือทรัพย์สินของรัฐไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จนกลายเป็นภาระงบประมาณและความเสียหายต่อรัฐ พฤติการณ์การกระทำความผิด อาทิ นำรถราชการไปใช้ส่วนตัว เช่น ใช้เดินทางส่วนบุคคล รับส่งครอบครัว หรือทำธุระนอกเวลาราชการ ใช้รถหลวงโดยไม่มีใบอนุญาตหรือไม่มีคำสั่งราชการรองรับ เบิกค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง หรือค่าใช้จ่ายเกินจริง ใช้รถราชการในกิจกรรมทางการเมืองหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ปล่อยให้บุคคลภายนอกหรือผู้ไม่มีสิทธิใช้รถราชการ เป็นต้น
คดีรถหลวง ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาการใช้รถผิดระเบียบ แต่ถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดสำคัญเรื่องวินัย การใช้อำนาจ และความโปร่งใสในการบริหารทรัพย์สินของรัฐในปัจจุบัน




