ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'สุรศักดิ์ โสตะวงศ์' อดีตนายกเทศมนตรีเมืองท่าบ่อ หนองคาย -พวก ทุจริตโครงการจัดประชุมเชิงวิชาการสันนิบาตเทศบาล-งานเฉลิมพระเกียรติฯ ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโทษจำคุก 18 ปี รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 9 ปี พวกโดนคนละหลายปี ร่วมชดใช้เงินคืนด้วย
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลความคืบหน้าคดีกล่าวหา นายสุรศักดิ์ โสตะวงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย กับพวก ทุจริตโครงการจัดงานประชุมเชิงวิชาการสันนิบาตเทศบาลจังหวัดหนองคาย และโครงการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ.ศ.2550 ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ,157 และ 161 ประกอบมาตรา 90 และ 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา
โดยจำเลยคดีนี้ ประกอบไปด้วย นายสุรศักดิ์ โสตะวงศ์ จำเลยที่ 1, นายฉัตรชัย ทับทิมทอง จำเลยที่ 2, นายพจนินทร์ จิตตจันทร์ จำเลยที่ 3 , นางเนตรณรินทร์ หรือ ณฐอร คันทริน จำเลยที่ 4 และ นางนิตยา มงคุณ จำเลยที่ 5
ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่มีคำพิพากษาดังนี้
1.นายสุรศักดิ์ โสตะวงศ์ จำเลยที่ 1 และ นายพจนินทร์ จิตตจันทร์ จำเลยที่ 3 มีความผิด เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 147 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามมาตรา 90
จำคุก กระทงละ 6 ปี รวมสามกระทงเป็นจำคุก 18 ปี
นายสุรศักดิ์ โสตะวงศ์ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 ปี
2.นายฉัตรชัย ทับทิมทอง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 147 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำคุกกระทงละ 6 ปี รวมสองกระทง เป็นจำคุก 12 ปี
3.นางเนตรณรินทร์ หรือ ณฐอร คันทริน จำเลยที่ 4 มีความผิดตามมาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำคุก 3 ปี
4.นางนิตยา มงคุณ จำเลยที่ 5 มีความผิดตามมาตรา 147 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำคุกกระทงละ 6 ปี รวมสามกระทงเป็นจำคุก 18 ปี
5.ให้จำเลยที่ 1 คืนหรือใช้เงินที่ยังไม่ได้คืน เป็นเงิน 950,000 บาท ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันคืนหรือใช้เงินที่ยังไม่ได้คืน 50,000 บาท และ ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ร่วมกันคืนหรือใช้เงินที่ยังไม่ได้คืน 20,000 บาท แก่เทศบาลเมืองท่าบ่อ ผู้เสียหาย
6.ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 11/2561 ของศาลนี้ คำขออื่นให้ยก
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 มีมติเห็นชอบตามที่อัยการสูงสุดหารือไม่ ฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เห็นควรไม่ฎีกาคำพิพากษา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา นายสุรศักดิ์ โสตะวงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย -พวก ในคดีเบิกจ่ายเงินโครงการขอรับเงินสนับสนุนกลุ่มอาชีพสตรีปี 2547 และปี 2550 โดยศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษา ยืนโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน นายสุรศักดิ์ โสตะวงศ์ โดยไม่รอลงอาญา
ส่วนพวก 3 ราย คือ นายณรงค์ วีระศิริ นายธีระยุทธ เงาศรี และนางทีน่า โสตะวงศ์ (ภรรยา นายสุรศักดิ์) สั่งจำคุกคนละ 2 ปี 2 เดือน แต่ให้โอกาสรอการ ลงโทษจําคุกไว้คนละ 2 ปี
เท่ากับ นายสุรศักดิ์ โสตะวงศ์ โดนลงโทษจำคุก 2 คดี คดีแรก 3 ปี 4 เดือน คดีสอง 9 ปี




