News Logo
หน้าแรก
พฤติการณ์ร้ายแรง! คุก 4 ปี12ด. อดีตนายกอบต.บริบูรณ์-พวก ทุจริตบ่อบาดาล

พฤติการณ์ร้ายแรง! คุก 4 ปี12ด. อดีตนายกอบต.บริบูรณ์-พวก ทุจริตบ่อบาดาล

31 พ.ค. 2569 07:04
ผู้ชม 94 คน

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ไหม ผ่องแผ้ว' อดีตนายก อบต.บริบูรณ์ อำเภอสีชมพู ขอนแก่น ทุจริตโครงการเจาะบ่อบาดาลพร้อมก่อสร้างหอถังสูง ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 4 พิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี 12 เดือน หลังรับสารภาพพร้อมพวก 1 ราย พฤติการณ์ร้ายแรงไม่รอลงอาญา

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายไหม ผ่องแผ้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บริบูรณ์ อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น กับพวก ทุจริตโครงการเจาะบ่อบาดาลพร้อมก่อสร้างหอถังสูง หมู่ที่ 9 และหมู่ที่ 10 ตำบลบริบูรณ์ อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 , 151 , 152 ประกอบมาตรา 86 มาตรา 157 , 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 91 ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบ ป.อ. มาตรา 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567

โดยคดีนี้มีจำเลย 3 ราย ได้แก่ 1. นายไหม ผ่องแผ้ว จำเลยที่ 1 , สิบตำรวจเอก อุสา เพชรเสถียร จำเลยที่ 2 และ นายยุทธพงษ์ นูวบุตร จำเลยที่ 3

ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาดังนี้

1.นายไหม ผ่องแผ้ว จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 147, 151 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. มาตรา 91 ตาม ป.อ. มาตรา 147 ตาม ป.อ. มาตรา 151 ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 147 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตาม ป.อ. มาตรา 90 ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 5 ปี รวม 2 กระทง

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 ปี 12 เดือน

2. สิบตำรวจเอก อุสา เพชรเสถียร จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 147, 151 ประกอบมาตรา 86, 152, 162 (1) (4) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. มาตรา 91 ตาม ป.อ. มาตรา 147, 151 ประกอบมาตรา 86, 152, 162 (1) (4) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 147 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 5 ปี รวม 2 กระทง

จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 ปี 12 เดือน

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรายงานการสืบเสาะและคุมประพฤติของจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ว เห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเรื่องร้ายแรง แม้หลังเกิดเหตุได้คืนเงินค่าเสียหายให้แก่ อบต.บริบูรณ์ก็ตาม

แต่ค่าเสียหายดังกล่าวจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีหน้าที่ต้องคืนให้แก่ทางราชการอยู่แล้ว กรณีไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้

3. นายยุทธพงษ์ นวบุตร จำเลยที่ 3 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157, 162 (1) (4) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. มาตรา 91 ตาม ป.อ. มาตรา 157, 162 (1) (4) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตาม ป.อ. มาตรา 90 ลงโทษจำเลยที่ 3 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท รวม 2 กระทง

จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 12 เดือน และปรับ 20,000 บาท

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่ 3 ของพนักงานคุมประพฤติแล้ว เห็นควรให้โอกาสจำเลยที่ 3 ได้กลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี คุมประพฤติจำเลยที่ 3 ไว้มีกำหนด 1 ปี จำนวน 4 ครั้ง ให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือบริการสาธารณประโยชน์ตามที่จำเลยที่ 3 และพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตาม ป.อ. มาตรา 56 หากจำเลยที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30

หลังเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 วางเงินชดใช้ค่าเสียหายให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลบริบูรณ์ เป็นเงิน 111,000 บาท และจำเลยที่ 2 คืนเงินให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลบริบูรณ์ เป็นเงิน 111,000 บาท

เมื่อจำเลยทั้งสองคืนเงินให้แก่ อบต.บริบูรณ์ ผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว ส่วนนายประเวศยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ยังไม่อาจให้นายประเวศร่วมรับผิดใช้เงินที่ยังไม่ได้คืนดังกล่าวได้ ให้ยกคำขอส่วนนี้

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท 

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
อดีตนายกอบต.บริบูรณ์
ทุจริตเจาะบ่อบาดาล
ป.ป.ช.
ศาลอาญาคดีทุจริต
ไหม ผ่องแผ้ว



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉเครือข่าย'ปริ๊นซ์ กรุ๊ป'ซื้ออสังหาฯญี่ปุ่น ร้อย ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉเครือข่าย'ปริ๊นซ์ กรุ๊ป'ซื้ออสังหาฯญี่ปุ่น ร้อย ล.