News Logo
หน้าแรก
อดีตนายก อบต.ไร่น้อย เจอคุกโดนคนเดียว 2 ปี 6 ด. - พวกได้รอลงอาญาหมด

อดีตนายก อบต.ไร่น้อย เจอคุกโดนคนเดียว 2 ปี 6 ด. - พวกได้รอลงอาญาหมด

1 มิ.ย. 2569 06:49
ผู้ชม 71 คน

ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'อำนวย สุวมาศ' อดีตนายก อบต. ไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลฯ ทุจริตโครงการระบบประปาหมู่บ้านบาดาลขนาดใหญ่ ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาลงโทษ จำคุก 2 ปี 6 เดือน หลังรับสารภาพ นับโทษต่อคดีเก่า - พวกที่เหลือ โดนด้วย แต่ได้รอลงอาญาทั้งหมด - เห็นชอบตาม อสส. ขออุทธรณ์สู้หลายราย

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายอำนวย สุวมาศ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี กับพวก ทุจริตโครงการระบบประปาหมู่บ้านบาดาลขนาดใหญ่ บ้านนาเมือง หมู่ที่ 2 โดยปกปิดประกาศประกวดราคาเพื่อเอื้ออำนวยให้ผู้เสนอราคารายหนึ่งรายใดได้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ เบิกเงินให้ผู้รับจ้างทั้งที่ก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแบบ และไม่เรียกผู้รับจ้างเข้ามาแก้ไขงานภายในระยะประกันสัญญา ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.) มาตรา 12 ประกอบ ป.อ.มาตรา 86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565

โดยคดีนี้มีจำเลย 10 ราย ได้แก่ นายอำนวย สุวมาศ จำเลยที่ 1, นายประดิษฐ์ บุญเกตุ จำเลยที่ 2, นางประไพศรี วันทาสุข จำเลยที่ 3, นายสมจิตร จันทร์สวัสดิ์ จำเลยที่ 4, นายประดิษฐ์ บุตรวงศ์ จำเลยที่ 5, ว่าที่ร้อยโทธีระศักดิ์ หอประเสริฐวงศ์ จำเลยที่ 6, ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหอุบลวัสดุก่อสร้าง จำเลยที่ 7, นางภัทรนิษฐ์ ดอนสกุล หรือ เตชะไชยสิทธิ์ จำเลยที่ 8, ห้างหุ้นส่วนจำกัด กิจเจริญอาณาจักรภัณฑ์ จำเลยที่ 9, นายรัฐธนินท์ เตชะไชยสิทธิ์ จำเลยที่ 10

ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาดังนี้

1.จำเลยที่ 1 , จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ที่ 7 และที่ 8 มีความผิดตามกฎหมาย

2.บทลงโทษ มีดังนี้

  • นายอำนวย สุวมาศ จำเลยที่ 1 จำคุก 2 ปี 6 เดือน และให้นับโทษต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ อท 99/2568 ของศาลเดียวกัน

  • นายประดิษฐ์ บุญเกตุ จำเลยที่ 2 จำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท แต่รอการลงโทษไว้ 3 ปี

  • นางประไพศรี วันทาสุข จำเลยที่ 3 จำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท แต่รอการลงโทษไว้ 3 ปี

  • นายสมจิตร จันทร์สวัสดิ์ จำเลยที่ 4 จำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท แต่รอการลงโทษไว้ 3 ปี

  • นายประดิษฐ์ บุตรวงศ์ จำเลยที่ 5 จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 13,333.33 บาท และได้รับการรอการลงโทษไว้ 3 ปี

  • ว่าที่ร้อยโทธีระศักดิ์ หอประเสริฐวงศ์ จำเลยที่ 6 จำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 50,000 บาท แต่รอการลงโทษไว้ 3 ปี

  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหอุบลวัสดุก่อสร้าง จำเลยที่ 7 ปรับ 33,333.33 บาท

  • นางภัทรนิษฐ์ ดอนสกุล หรือ เตชะไชยสิทธิ์ จำเลยที่ 8 จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 33,333.33 บาท แต่รอการลงโทษไว้ 3 ปี

  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด กิจเจริญอาณาจักรภัณฑ์ จำเลยที่ 9 ปรับ 33,333.33 บาท

  • นายรัฐธนินท์ เตชะไชยสิทธิ์ จำเลยที่ 10 จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 33,333.33 บาท แต่รอการลงโทษไว้ 3 ปี

ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี

การกระทำของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 5 ปี และปรับคนละ 100,000 บาท

จำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน และปรับ 26,666.66 บาท

การกระทำของจำเลยที่ 7 และที่ 8 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

ปรับจำเลยที่ 7 จำนวน 66,666.66 บาท

จำคุกจำเลยที่ 8 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน และปรับ 66,666.66 บาท

ส่วนจำเลยที่ 9 ให้ปรับ 66,666.66 บาท และจำเลยที่ 10 ให้จำคุกมีกำหนด 3 ปี 4 เดือน และปรับ 66,666.66 บาท

จำเลยทั้งสิบให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง

คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน

คงจำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 คนละ 2 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 50,000 บาท

จำเลยที่ 5 คงจำคุก 1 ปี 8 เดือน และปรับ 13,333.33 บาท

จำเลยที่ 7 คงปรับ 33,333.33 บาท

จำเลยที่ 8 คงจำคุก 1 ปี 8 เดือน และปรับ 33,333.33 บาท

จำเลยที่ 9 คงปรับ 33,333.33 บาท

และจำเลยที่ 10 คงจำคุก 1 ปี 8 เดือน และปรับ 33,333.33 บาท

พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ที่ 8 และที่ 10 แล้ว เห็นว่าไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน หลังจากถูกดำเนินคดีนี้น่าเชื่อว่าจะเข็ดหลาบไม่กล้ากระทำความผิดอีก ประกอบกับมีการบรรเทาผลร้าย โดยจำเลยที่ 7 คืนเงินค่าเสียหายให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลไร่น้อยครบถ้วนแล้ว

กรณีเห็นควรให้โอกาสจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ที่ 8 และที่ 10 ในการกลับตนเป็นพลเมืองดี

โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้คนละ 3 ปี ให้คุมความประพฤติไว้มีกำหนด 2 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้ง และให้ทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์เป็นเวลาคนละ 24 ชั่วโมง ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

หากจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ที่ 8 และที่ 10 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30

หากจำเลยที่ 7 และที่ 9 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 29/1

นับโทษจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีหมายเลขแดงที่ อท 99/2568 ของศาลนี้

ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 5 และที่ 2 ในคดีหมายเลขแดงที่ อท 99/2568 ของศาลนี้ เนื่องจากในคดีดังกล่าวศาลรอการลงโทษให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามที่อัยการสูงสุดหารือไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ในส่วนจำเลยที่ 9 และที่ 10 เห็นควรไม่อุทธรณ์คำพิพากษาในประเด็นดังกล่าว

และมีมติเห็นชอบให้อุทธรณ์คำพิพากษาในส่วนการรอการลงโทษจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 10

พร้อมรับทราบกรณีที่อัยการสูงสุดจะมีคำสั่งอุทธรณ์คำพิพากษาในส่วนของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ถึงที่ 8

สำหรับ พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ มีความผิดฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปี ถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
อำนวย สุวมาศ
อบต. ไร่น้อย อำเภอเมืองอุบล
ระบบประปาหมู่บ้านบาดาลขนาดใหญ่
ป.ป.ช.
ศาลอาญาคดีทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านอังกฤษแจง รับเงินเศรษฐีไทย 219 ล. ไม่ต้องแจ้งบัญชีฯ
หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านอังกฤษแจง รับเงินเศรษฐีไทย 219 ล. ไม่ต้องแจ้งบัญชีฯ