News Logo
หน้าแรก
หลังโดนคุกรถหลวง! อดีตนายกเทศฯบ้านเสด็จ เจอโทษคดีทุจริตอีก 2 ปี 6 ด.

หลังโดนคุกรถหลวง! อดีตนายกเทศฯบ้านเสด็จ เจอโทษคดีทุจริตอีก 2 ปี 6 ด.

2 มิ.ย. 2569 06:27
ผู้ชม 113 คน

ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ศาสตร์สรรค์ จันทร์แก้ว' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนชา สุราษฎร์ธานี คดีที่ 2 ทุจริตโครงการฝึกอบรมทัศนศึกษาดูงาน ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 8 พิพากษาลงโทษ จำคุก 2 ปี 6 เดือน นับโทษต่อคุก 2 คดีนำรถยนต์ราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวมิชอบด้วย

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายศาสตร์สรรค์ จันทร์แก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี กับพวก ทุจริตโครงการฝึกอบรมและทัศนศึกษาดูงาน คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานจ้าง แกนนำชุมชน อสม. และแกนนำกลุ่มต่าง ๆ ในตำบลบ้านเสด็จ ประจำปีงบประมาณ 2558 ซึ่งถูกคณะกรรมการ​ ป.ป.ช.​ ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 147, 151, 157 และ 268 ประกอบมาตรา 266 (1) และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า นายศาสตร์สรรค์ จันทร์แก้ว จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม), 151 (เดิม), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1

การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่บทกำหนดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) และมาตรา 151 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดที่มีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม)

จำคุก 5 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน

นับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีหมายเลขแดง ที่ อท 130/2568 ของศาลนี้ และให้จำเลยคืนเงิน 8,100 บาท ที่ยังไม่ได้คืนให้แก่เทศบาลตำบลบ้านเสด็จ ผู้เสียหาย

เบื้องต้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

สำนักข่าว Next News รายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษ จำคุก นายศาสตร์สรรค์ เป็นเวลา 2 ปี ในคดี นำรถยนต์ราชการหมายเลขทะเบียน กม 9510 สุราษฎร์ธานี ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยมิชอบไปแล้ว

เท่ากับว่า นายศาสตร์สรรค์ ถูกตัดสินลงโทษจำคุก 2 คดี คดีแรก 2 ปี คดีที่สอง 2 ปี 6 เดือน นับโทษต่อกัน

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

คุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา! อดีตนายกเทศฯ บ้านเสด็จ คดีเอารถหลวงไปใช้ส่วนตัว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
ศาสตร์สรรค์ จันทร์แก้ว
อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนชา สุราษฎร์ธานี
คดีรถหลวง
คดีทุจริตจัดทัศนศึกษา
ป.ป.ช.
ศาลอาญาคดีทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สารคดีอังกฤษแฉพัทยา แหล่งกบดานอาชญากรหนีคดี พบบางรายเคยชกแม็กซ์มวยไทย
สารคดีอังกฤษแฉพัทยา แหล่งกบดานอาชญากรหนีคดี พบบางรายเคยชกแม็กซ์มวยไทย