News Logo
หน้าแรก
เปิดคำพิพากษาคุก'ดำรงค์-พวก' จัดอบรมบังหน้าร่วมเสื้อแดง-โยงธรรมกาย

เปิดคำพิพากษาคุก'ดำรงค์-พวก' จัดอบรมบังหน้าร่วมเสื้อแดง-โยงธรรมกาย

17 มิ.ย. 2569 10:42
ผู้ชม 57 คน

เผยคำพิพากษากลับ สั่งลงโทษจำคุก 'ดำรงค์ พิเดช-พวก' หลักฐานชี้ชัดจัดโครงการฝึกอบรม บังหน้า สวมรอยพา จนท.กรมอุทยานกว่า 2,500 คน เข้าร่วมชุมนุมการเมือง หลังกลุ่มคนเสื้อแดง ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ มีโยงประสานขอใช้พื้นที่วัดธรรมกายจุดพักกำลังพล

กรณี สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายดำรงค์ พิเดช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับพวก ได้อนุมัติโครงการและอนุมัติเงินงบประมาณในโครงการฝึกอบรมจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระหว่างวันที่ 7–16 มิถุนายน 2555 โดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 90 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564

โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อนายดำรงค์ พิเดช เป็นจำเลยที่ 1, นายเริงชัย ประยูรเวช จำเลยที่ 2 (รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ในขณะนั้น) และนายธนโรจน์ โพธิสาโร จำเลยที่ 3 (ผู้อำนวยการสำนักบริการกลาง กรมอทุยานฯ)

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จากเดิม พิพากษายกฟ้อง แก้เป็นว่า นายดำรงค์ พิเดช จำเลยที่ 1, นายเริงชัย ประยูรเวช จำเลยที่ 2 และนายธนโรจน์ โพธิสาโร จำเลยที่ 3 มีความผิดตามกฎหมาย ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามแต่ละคนตามความหนักเบาของพฤติการณ์แห่งคดี

สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

พิพากษากลับ! สั่งจำคุก 'ดำรงค์ พิเดช-พวก' จัดอบรมพาจนท.ชุมนุมการเมือง

ล่าสุด สำนักข่าว Next News สืบค้นข้อมูลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีนี้ พบว่า เหตุผลที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำคุก นายดำรงค์ พิเดช และพวก เป็นเพราะเห็นว่า อุทธรณ์ของอัยการสูงสุด (อสส.) ที่เป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้แทน ป.ป.ช. ฟังขึ้น

โดยข้อเท็จจริง จากเอกสารหลักฐาน คำให้การพยาน รับฟังได้ว่า เมื่อ นายดำรงค์ จำเลยที่ 1 ทราบความประสงค์ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 2 มิถุนายน 2555 ที่ประกาศนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งในวันที่ 6 และ 7 มิถุนายน 2555

นายดำรงค์ จึงเตรียมจัดหาคนเพื่อร่วมสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่ม นปช. โดยจัดโครงการจัดฝึกอบรมจริยธรรมตามฟ้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นกำลังเสริมในการชุมนุมของกลุ่ม นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง และมีคำสั่งให้ นายธนโรจน์ โพธิสาโร จำเลยที่ 3 มอบหมายให้นาย พ. ไปติดต่อประสานงานกับ วัดพระธรรมกายในวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2555 และเมื่อทราบว่า วัดพระธรรมกาย มีศักยภาพที่สามารถรองรับเจ้าหน้าที่จำนวน 2,500 คน เข้าฝึกอบรมในรูปแบบของการฝึกอบรมจริยธรรมได้แล้ว

ต่อมาในวันจันทร์ที่ 4 และวันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2555 จำเลยทั้งสามจึงรีบดำเนินการในส่วนเอกสารเกี่ยวกับโครงการฝึกอบรมตามฟ้อง เพื่อให้เสร็จทันก่อนที่จำเลยที่ 1 จะเดินทางไปต่างประเทศ

ในเวลาค่ำของวันที่ 5 มิถุนายน 2555 โดยมีการกำหนดให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาที่สวนสัตว์ดุสิตวันละ 250 คน เพื่อเสริมกำลังชุมนุมของกลุ่ม นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง

การกระทำทั้งหมดของจำเลยทั้งสามดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นการขออนุมัติและอนุมัติให้มีโครงการฝึกอบรมโดยใช้งบประมาณของราชการ โดยมีจุดประสงค์ให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง เพื่อประโยชน์แก่คนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดโดยเฉพาะและไม่ใช่ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ อันเป็นการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นความผิดตามฟ้อง

ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องของโจทก์มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามแต่ละคนตามความหนักเบาของพฤติการณ์แห่งคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี

ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ดำรงค์ พิเดช
ป.ป.ช.
กรมอุทยาน
จัดอบรมพาชุมนุมการเมือง
นปช.
คนเสื้อแดง
วัดธรรมกาย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดธุรกิจ ‘หมาแก่-ดนัย’ 2 บริษัทผลิตสื่อ  5 ปีรายได้ 179.3 ล.
เปิดธุรกิจ ‘หมาแก่-ดนัย’ 2 บริษัทผลิตสื่อ 5 ปีรายได้ 179.3 ล.