News Logo
หน้าแรก
รอลงอาญาทุกคน! อดีตหน.สถานีเพาะชำปากช่อง-พวก ทุจริตจ้างย้ายกล้าไม้

รอลงอาญาทุกคน! อดีตหน.สถานีเพาะชำปากช่อง-พวก ทุจริตจ้างย้ายกล้าไม้

22 มิ.ย. 2569 06:30
ผู้ชม 103 คน

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ภาณุพงศ์ เดชะปักษ์' อดีตหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง โคราช ทุจริตจ้างเหมาย้ายชำกล้าไม้ ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี 12 เดือน พวก 2 ราย โดน คนละ 1 ปี 8 เดือน ได้รอลงอาญาทั้งหมด หลังรับสารภาพ รู้สำนึกการกระทำไม่เคยรับโทษมากก่อน - ขาดความรู้ความเข้าใจในระบบราชการ ถูกชักจูงให้กระทำความผิดได้ง่าย เห็นควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา กับพวก คือ นางลำพูล พันธ์เดช และนางลำไพร ทองคำ ทุจริตจ้างเหมาปฏิบัติงานกรอกถุงและย้ายชำกล้าไม้ของสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2567

ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาว่า นายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ จำเลยที่ 1 นางลำพูล พันธ์เดช จำเลยที่ 2 และนางลำไพร ทองคำ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามกฎหมาย ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

จำคุก นายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ จำเลยที่ 1 กระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 100,000 บาท รวม 2 กระทง

จำคุก นางลำพูล พันธ์เดช จำเลยที่ 2 และนางลำไพร ทองคำ จำเลยที่ 3 คนละ 3 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 66,667 บาท

จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กระทงละกึ่งหนึ่ง ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

คงจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 2 ปี 6 เดือน และปรับกระทงละ 50,000 บาท รวม 2 กระทง จำคุก 4 ปี 12 เดือน และปรับ 100,000 บาท

จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 1 ปี 8 เดือน และปรับคนละ 33,333.50 บาท

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบรายงานสืบเสาะและพินิจแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1 รับราชการมานาน ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน เหตุเกิดเพราะความไม่เอาใจใส่ควบคุมการทำงานรับจ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เท่าที่ควร แต่ภายหลังเกิดเหตุก็ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรมป่าไม้พอแก่เหตุ อันเป็นการรู้สำนึกในการกระทำแล้ว

ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นราษฎร ขาดความรู้ความเข้าใจในระบบราชการ ถูกชักจูงให้กระทำความผิดได้ง่าย เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน นิสัยและความประพฤติอยู่ในวิสัยพอแก้ไขได้ สมควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ คนละ 2 ปี ให้จำเลยทั้งสามไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง ภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30

เบื้องต้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบตามความเห็นอัยการสูงสุด (อสส.) ที่จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
รอลงอาญา
อดีตหน.สถานีเพาะชำปากช่อง
ทุจริตจ้างย้ายกล้าไม้
ป.ป.ช.
ศาลอาญาคดีทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โชว์หนังสือสตง. แจ้ง ป.ป.ช. ฟัน11ขรก. คดีทุจริตซื้อเครื่องออกกำลังกทม.
โชว์หนังสือสตง. แจ้ง ป.ป.ช. ฟัน11ขรก. คดีทุจริตซื้อเครื่องออกกำลังกทม.