News Logo
หน้าแรก
เปิดมติลับชี้มูลคดีซื้อยาฆ่าแมลงอุบลฯ ก่อนคุก 'วิชิต' อดีตผู้ว่าฯ-เมีย

เปิดมติลับชี้มูลคดีซื้อยาฆ่าแมลงอุบลฯ ก่อนคุก 'วิชิต' อดีตผู้ว่าฯ-เมีย

22 มิ.ย. 2569 14:04
ผู้ชม 1,749 คน

"...ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ยังปรากฏหลักฐานธุรกรรมการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล นางณุธษา พลเขต ภริยาของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล และนายนิคม ปุยะติ น้องชายของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล ให้แก่นายวิชิต ชาตไพสิฐ และนางนฤมล มะลิวัลย์ หัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี อันปราศจากมูลเหตุอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย อีกทั้งยังปรากฏว่ามีการนำเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดอุบลราชธานีไปท่องเที่ยวต่างประเทศ..."

คดีทุจริตในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี หนึ่งในคดีสำคัญที่ถูกหลายฝ่ายจับตามองมาตลอด มีบทสรุปผลพิพากษาไปแล้ว

โดยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษ นายวิชิต ชาตไพสิฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กับพวก หลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ข้อมูลเบื้องต้น ที่สำนักข่าว Next News นำเสนอไปแล้ว คือ ศาลฯ มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก นายวิชิต ชาตไพสิฐ  รวมจำนวน 27 ปี นางสุปราณี ชาตไพสิฐ จำคุก 6 ปี นายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ชื่อ บริษัท เสริมสินการช่าง จำกัด โดนจำคุก 12 ปี นางณุธษา พลเขต จำคุก 12 ปี นางนฤมล มะลิวัลย์ อดีตหัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 8 ปี 12 เดือน สำหรับจำเลยในกลุ่มเอกชน คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ.ศุภฤกษ์ และนางสาวชฏาพร ศุภสรรพตระกูล หุ้นส่วนผู้จัดการ ยกฟ้อง ขณะที่นางสาว ว. จำหน่ายคดีให้ไปฟ้องศาลเยาวชนขอนแก่น เนื่องจากขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 15 ปีเศษ

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

ตัดสินแล้ว! คดีซื้อยาฆ่าแมลงอุบลฯ คุก 27 ปี อดีตผู้ว่าฯ-เมียโดน 6 ปี

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีนี้ พบว่า นายวิชิต ชาตไพสิฐ ถูกชี้มูลความผิดพร้อมกับ นายสุรพล สายพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 5 สำนวน

สำนวนแรก ทุจริตการใช้จ่ายเงินทดรองราชการจัดซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ของอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 - 2555

สำนวนสอง ทุจริตการใช้จ่ายเงินทดรองราชการจัดซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ของอำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 - 2555

สำนวนสาม ทุจริตในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ของอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 - 2555

สำนวนสี่ ทุจริตในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ของอำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 – 2555

สำนวนห้า ทุจริตในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ของอำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 - 2555

พฤติการณ์การกระทำความผิด

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2553-2555 นายวิชิต ชาตไพสิฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี (ปี พ.ศ. 2553) และนายสุรพล สายพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี (ปี พ.ศ. 2554-2555) ได้ประกาศให้อำเภอนาตาล อำเภอเขื่องใน อำเภอตระการพืชผล อำเภอโขงเจียม และอำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ทั้งที่โรคพืชที่เกิดขึ้นในท้องที่ดังกล่าวเป็นไปตามฤดูกาล ไม่เข้าลักษณะของภัยพิบัติฉุกเฉินที่จะต้องประกาศภัยและจัดสรรวงเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2546

ในขั้นตอนการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) มีมติให้จัดซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตามการสั่งการของนายวิชิต ชาตไพสิฐ และนายสุรพล สายพันธ์ โดยไม่ได้ทำการสำรวจพื้นที่ความเสียหาย และคณะกรรมการจัดหาเจรจาต่อรองและตกลงราคาได้จัดซื้อสารเคมีตามการสั่งการดังกล่าวจากบริษัทและห้างหุ้นส่วนกลุ่มนิติบุคคลในเครือของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล โดยราคาที่จัดซื้อสูงกว่าราคาท้องตลาดในช่วงเวลาที่ภัยพิบัติเกิดขึ้น และผู้ประกอบการดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้มีวัตถุอันตรายไว้ในครอบครอง ไม่ใช่ผู้มีอาชีพขายโดยตรง แต่จัดตั้งนิติบุคคลขึ้นมาเพื่อแสดงว่ามีการเสนอราคาในการจัดซื้อสารเคมี และตกลงร่วมกันในการเสนอราคาเพื่อให้นิติบุคคลที่กำหนดไว้ได้เป็นผู้มีสิทธิเข้าทำสัญญาซื้อขายสารเคมีกับอำเภอนาตาล อำเภอเขื่องใน อำเภอตระการพืชผล อำเภอโขงเจียม และอำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 310,168,140 บาท

นอกจากนี้ ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ยังปรากฏหลักฐานธุรกรรมการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล นางณุธษา พลเขต ภริยาของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล และนายนิคม ปุยะติ น้องชายของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล ให้แก่นายวิชิต ชาตไพสิฐ และนางนฤมล มะลิวัลย์ หัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี อันปราศจากมูลเหตุอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย

อีกทั้งยังปรากฏว่ามีการนำเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดอุบลราชธานีไปท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยมีนายพยม ธารีชาญ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้ประสานงาน และนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย จึงเชื่อได้ว่าการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ดังกล่าวเป็นการตอบแทนในการดำเนินการจัดซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืช

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาสำนวนการไต่สวนคดีแล้วมีมติดังนี้

  1. การกระทำของนายวิชิต ชาตไพสิฐ (ปีงบประมาณ 2553) มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 149 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แล้วแต่กรณี และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

  2. การกระทำของนายสุรพล สายพันธ์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) แล้วแต่กรณี พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

  1. การกระทำของนางนฤมล มะลิวัลย์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 149 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) แล้วแต่กรณี พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

  2. การกระทำของนายพยม ธารีชาญ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 149 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) แล้วแต่กรณี พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

  3. การกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดและอำเภอ มีมูลความผิดทางอาญา และมีมูลความผิดวินัย หรือข้อกล่าวหาตกไป ตามแต่พฤติการณ์แห่งกรณี

  4. การกระทำของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล และกลุ่มเอกชนที่เกี่ยวข้อง มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนหรือผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย และให้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบริษัทและห้างหุ้นส่วนกลุ่มนิติบุคคลในเครือของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล ให้กรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

สำหรับผลคำพิพากษาเกี่ยวกับจำเลยในคดีนี้ ตามที่สำนักข่าว Next News นำเสนอไปแล้ว

นอกเหนือจาก นายวิชิต ชาตไพสิฐ  ที่ถูกพิพากษาลงโทษจำคุก รวมจำนวน 27 ปี

นางสุปราณี ชาตไพสิฐ จำคุก 6 ปี

นายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ชื่อ บริษัท เสริมสินการช่าง จำกัด โดนจำคุก 12 ปี

นางณุธษา พลเขต จำคุก 12 ปี

นางนฤมล มะลิวัลย์ อดีตหัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 8 ปี 12 เดือน

จำเลยในกลุ่มเอกชน คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ.ศุภฤกษ์ และนางสาวชฏาพร ศุภสรรพตระกูล หุ้นส่วนผู้จัดการ ยกฟ้อง

ขณะที่นางสาว ว. จำหน่ายคดีให้ไปฟ้องศาลเยาวชนขอนแก่น เนื่องจากขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 15 ปีเศษ

จากการตรวจสอบพบว่า นายโชคอนันต์ หรือ โชคเจริญ พลเขต เป็นจำเลยอีก 1 ราย ที่ได้ยกฟ้องด้วย

ส่วนผู้ถูกกล่าวหา คนสำคัญอย่าง นายสุรพล สายพันธ์ และ นายพยม ธารีชาญ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันผลคำพิพากษาในคดีนี้ เป็นทางการ ว่ารับโทษหรือได้ยกฟ้อง

หากมีข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อุบล
ข่าวคดีทุจริต
คดีซื้อยาฆ่าแมลง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดใจผู้เข้าสอบสายบริหารท้องถิ่นปี 64 แฉพิรุธถูกโกง แต่ทำอะไรไม่ได้
เปิดใจผู้เข้าสอบสายบริหารท้องถิ่นปี 64 แฉพิรุธถูกโกง แต่ทำอะไรไม่ได้