News Logo
หน้าแรก
เปิดมติลับชี้มูลคดีซื้อยาฆ่าแมลงอุบลฯ ก่อนคุก 'วิชิต' อดีตผู้ว่าฯ-เมีย

เปิดมติลับชี้มูลคดีซื้อยาฆ่าแมลงอุบลฯ ก่อนคุก 'วิชิต' อดีตผู้ว่าฯ-เมีย

22 มิ.ย. 2569 14:04
ผู้ชม 326 คน

"...ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ยังปรากฏหลักฐานธุรกรรมการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล นางณุธษา พลเขต ภริยาของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล และนายนิคม ปุยะติ น้องชายของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล ให้แก่นายวิชิต ชาตไพสิฐ และนางนฤมล มะลิวัลย์ หัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี อันปราศจากมูลเหตุอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย อีกทั้งยังปรากฏว่ามีการนำเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดอุบลราชธานีไปท่องเที่ยวต่างประเทศ..."

คดีทุจริตในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี หนึ่งในคดีสำคัญที่ถูกหลายฝ่ายจับตามองมาตลอด มีบทสรุปผลพิพากษาไปแล้ว

โดยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษ นายวิชิต ชาตไพสิฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กับพวก หลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ข้อมูลเบื้องต้น ที่สำนักข่าว Next News นำเสนอไปแล้ว คือ ศาลฯ มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก นายวิชิต ชาตไพสิฐ  รวมจำนวน 27 ปี นางสุปราณี ชาตไพสิฐ จำคุก 6 ปี นายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ชื่อ บริษัท เสริมสินการช่าง จำกัด โดนจำคุก 12 ปี นางณุธษา พลเขต จำคุก 12 ปี นางนฤมล มะลิวัลย์ อดีตหัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 8 ปี 12 เดือน สำหรับจำเลยในกลุ่มเอกชน คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ.ศุภฤกษ์ และนางสาวชฏาพร ศุภสรรพตระกูล หุ้นส่วนผู้จัดการ ยกฟ้อง ขณะที่นางสาว ว. จำหน่ายคดีให้ไปฟ้องศาลเยาวชนขอนแก่น เนื่องจากขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 15 ปีเศษ

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

ตัดสินแล้ว! คดีซื้อยาฆ่าแมลงอุบลฯ คุก 27 ปี อดีตผู้ว่าฯ-เมียโดน 6 ปี

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีนี้ พบว่า นายวิชิต ชาตไพสิฐ ถูกชี้มูลความผิดพร้อมกับ นายสุรพล สายพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 5 สำนวน

สำนวนแรก ทุจริตการใช้จ่ายเงินทดรองราชการจัดซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ของอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 - 2555

สำนวนสอง ทุจริตการใช้จ่ายเงินทดรองราชการจัดซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ของอำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 - 2555

สำนวนสาม ทุจริตในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ของอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 - 2555

สำนวนสี่ ทุจริตในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ของอำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 – 2555

สำนวนห้า ทุจริตในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ของอำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 - 2555

พฤติการณ์การกระทำความผิด

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2553-2555 นายวิชิต ชาตไพสิฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี (ปี พ.ศ. 2553) และนายสุรพล สายพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี (ปี พ.ศ. 2554-2555) ได้ประกาศให้อำเภอนาตาล อำเภอเขื่องใน อำเภอตระการพืชผล อำเภอโขงเจียม และอำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ทั้งที่โรคพืชที่เกิดขึ้นในท้องที่ดังกล่าวเป็นไปตามฤดูกาล ไม่เข้าลักษณะของภัยพิบัติฉุกเฉินที่จะต้องประกาศภัยและจัดสรรวงเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2546

ในขั้นตอนการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) มีมติให้จัดซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตามการสั่งการของนายวิชิต ชาตไพสิฐ และนายสุรพล สายพันธ์ โดยไม่ได้ทำการสำรวจพื้นที่ความเสียหาย และคณะกรรมการจัดหาเจรจาต่อรองและตกลงราคาได้จัดซื้อสารเคมีตามการสั่งการดังกล่าวจากบริษัทและห้างหุ้นส่วนกลุ่มนิติบุคคลในเครือของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล โดยราคาที่จัดซื้อสูงกว่าราคาท้องตลาดในช่วงเวลาที่ภัยพิบัติเกิดขึ้น และผู้ประกอบการดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้มีวัตถุอันตรายไว้ในครอบครอง ไม่ใช่ผู้มีอาชีพขายโดยตรง แต่จัดตั้งนิติบุคคลขึ้นมาเพื่อแสดงว่ามีการเสนอราคาในการจัดซื้อสารเคมี และตกลงร่วมกันในการเสนอราคาเพื่อให้นิติบุคคลที่กำหนดไว้ได้เป็นผู้มีสิทธิเข้าทำสัญญาซื้อขายสารเคมีกับอำเภอนาตาล อำเภอเขื่องใน อำเภอตระการพืชผล อำเภอโขงเจียม และอำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 310,168,140 บาท

นอกจากนี้ ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ยังปรากฏหลักฐานธุรกรรมการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล นางณุธษา พลเขต ภริยาของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล และนายนิคม ปุยะติ น้องชายของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล ให้แก่นายวิชิต ชาตไพสิฐ และนางนฤมล มะลิวัลย์ หัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี อันปราศจากมูลเหตุอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย

อีกทั้งยังปรากฏว่ามีการนำเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดอุบลราชธานีไปท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยมีนายพยม ธารีชาญ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้ประสานงาน และนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย จึงเชื่อได้ว่าการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ดังกล่าวเป็นการตอบแทนในการดำเนินการจัดซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืช

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาสำนวนการไต่สวนคดีแล้วมีมติดังนี้

  1. การกระทำของนายวิชิต ชาตไพสิฐ (ปีงบประมาณ 2553) มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 149 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แล้วแต่กรณี และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

  2. การกระทำของนายสุรพล สายพันธ์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) แล้วแต่กรณี พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

  1. การกระทำของนางนฤมล มะลิวัลย์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 149 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) แล้วแต่กรณี พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

  2. การกระทำของนายพยม ธารีชาญ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 149 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) แล้วแต่กรณี พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

  3. การกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดและอำเภอ มีมูลความผิดทางอาญา และมีมูลความผิดวินัย หรือข้อกล่าวหาตกไป ตามแต่พฤติการณ์แห่งกรณี

  4. การกระทำของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล และกลุ่มเอกชนที่เกี่ยวข้อง มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนหรือผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย และให้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบริษัทและห้างหุ้นส่วนกลุ่มนิติบุคคลในเครือของนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล ให้กรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

สำหรับผลคำพิพากษาเกี่ยวกับจำเลยในคดีนี้ ตามที่สำนักข่าว Next News นำเสนอไปแล้ว

นอกเหนือจาก นายวิชิต ชาตไพสิฐ  ที่ถูกพิพากษาลงโทษจำคุก รวมจำนวน 27 ปี

นางสุปราณี ชาตไพสิฐ จำคุก 6 ปี

นายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ชื่อ บริษัท เสริมสินการช่าง จำกัด โดนจำคุก 12 ปี

นางณุธษา พลเขต จำคุก 12 ปี

นางนฤมล มะลิวัลย์ อดีตหัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 8 ปี 12 เดือน

จำเลยในกลุ่มเอกชน คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ.ศุภฤกษ์ และนางสาวชฏาพร ศุภสรรพตระกูล หุ้นส่วนผู้จัดการ ยกฟ้อง

ขณะที่นางสาว ว. จำหน่ายคดีให้ไปฟ้องศาลเยาวชนขอนแก่น เนื่องจากขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 15 ปีเศษ

จากการตรวจสอบพบว่า นายโชคอนันต์ หรือ โชคเจริญ พลเขต เป็นจำเลยอีก 1 ราย ที่ได้ยกฟ้องด้วย

ส่วนผู้ถูกกล่าวหา คนสำคัญอย่าง นายสุรพล สายพันธ์ และ นายพยม ธารีชาญ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันผลคำพิพากษาในคดีนี้ เป็นทางการ ว่ารับโทษหรือได้ยกฟ้อง

หากมีข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อุบล
ข่าวคดีทุจริต
คดีซื้อยาฆ่าแมลง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดชื่อ 6 โครงการใหญ่พันล. ป.ป.ช.-สตง.-ป.ป.ท.บูรณาการสอบป้องกันทุจริต
เปิดชื่อ 6 โครงการใหญ่พันล. ป.ป.ช.-สตง.-ป.ป.ท.บูรณาการสอบป้องกันทุจริต