ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'บุญเลิศ สัสสี' อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ ทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์โรงงานเครื่องกลึงพร้อมอุปกรณ์เอื้อประโยชน์เอกชน ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้สั่งลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน พวกโดน 1 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายบุญเลิศ สัสสี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ กับพวก คือ นายออมทรัพย์ บุญซ้อน ทุจริตในการจัดซื้อครุภัณฑ์โรงงาน เครื่องกลึงขนาดยันศูนย์เหนือแท่น 150 มม. พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 5 เครื่อง เมื่อปี พ.ศ. 2554 เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคาบางรายได้มีสิทธิ์เข้าทำสัญญา ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2564
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6
จากเดิม
ที่พิพากษาว่า นายบุญเลิศ สัสสี จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) และ นายออมทรัพย์ บุญซ้อน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 86
พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน และปรับ 18,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุกมีกำหนด 1 ปี และปรับ 12,000 บาท
จำเลยทั้งสองให้การในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 เดือน และปรับ 9,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 คงจำคุกมีกำหนด 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท
เมื่อคำนึงถึงสภาพความผิดของจำเลยทั้งสอง การที่จำเลยที่ 1 ได้ดำเนินการขยายเวลาส่งมอบครุภัณฑ์เครื่องกลึงให้กับบริษัท ส.สินไทย (1991) จำกัด เพื่อประโยชน์แก่การเรียนการสอนของวิทยาลัย อีกทั้งบริษัท ส.สินไทย (1991) จำกัด ได้ชำระค่าปรับกรณีส่งมอบสินค้าเครื่องกลึงล่าช้าแล้ว และไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี
โทษจำคุกให้รอการลงโทษ มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56
หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30
ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก
แก้เป็น
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86
จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี 6 เดือน ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งแล้ว
คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน และคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 8 เดือน
ไม่ลงโทษปรับและไม่รอการลงโทษจำคุก นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
เบื้องต้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ และเห็นควรไม่ฎีกาคำพิพากษา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




