News Logo
หน้าแรก
ปิดฉาก! คดีอดีต ผอ.สวท.ภูเก็ต เรียกรับเงินเอกชน คุก8 ปี 24 ด. รอลงอาญา

ปิดฉาก! คดีอดีต ผอ.สวท.ภูเก็ต เรียกรับเงินเอกชน คุก8 ปี 24 ด. รอลงอาญา

28 มิ.ย. 2569 06:15
ผู้ชม 1,137 คน

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'จิรดา ดีชัยยะ หรือพูลสวัสดิ์' อดีตรักษาการสถานีวิทยุภูเก็ต เรียกรับเงินเอกชนเข้าทำสัญญาเช่าเวลาจัดรายการโฆษณา ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโทษ 8 ปี 24 เดือน ได้รอลงอาญา 1 ปี เหตุเอาเงินไปใช้เพื่อความสะดวกด้านต่าง ๆ สถานี ไม่ได้ข่มขู่บีบบังคับ พฤติการณ์ไม่ร้ายแรง เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาระบบงานในหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ ถูกไล่ออกจากราชการไปแล้ว เห็นควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางหรือนางสาวจิรดา ดีชัยยะ หรือพูลสวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงินจากบริษัทเอกชนในการเข้าทำสัญญาเช่าเวลาจัดรายการโฆษณาสินค้าและบริการธุรกิจ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ กับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ,157 ประกอบมาตรา 91 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566

ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8

จากเดิม

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 149 (เดิม), 151 (เดิม) และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91 ซึ่งความผิดของจำเลยแต่ละกระทงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 20,000 บาท รวม 4 กระทง

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน และปรับกระทงละ 10,000 บาท รวมจำคุก 8 ปี 24 เดือน และปรับ 40,000 บาท

พิเคราะห์ตามสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช. รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลย ประกอบคำแถลงของจำเลยแล้ว เห็นว่าการให้เงินสนับสนุนสถานีวิทยุกระจายเสียงของบริษัทผู้เช่าเวลานั้น ก็เพื่อความสะดวกในด้านต่าง ๆ ขณะใช้บริการสถานีวิทยุที่จำเลยรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยมีพฤติการณ์ในทางข่มขู่หรือบีบบังคับให้ต้องจ่ายเงินตอบแทนในลักษณะดังกล่าว ประกอบกับยังได้ความว่า เงินที่จำเลยได้รับจำนวนหนึ่ง จำเลยยังได้นำไปใช้ในการบริหารกิจการของสถานีเรื่อยมา

พฤติการณ์แห่งคดีจึงไม่ร้ายแรงนัก อีกทั้งในขณะจำเลยปฏิบัติงานในส่วนราชการของกรมประชาสัมพันธ์ในภูมิภาค จำเลยได้เป็นผู้ริเริ่มและพัฒนาระบบงานในหน้าที่ของกรมประชาสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดีและต่อเนื่อง จนกระทั่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งมาเป็นลำดับ โดยไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย

ต่อมาจำเลยได้รับการลงโทษทางวินัยถึงขั้นไล่ออกจากราชการ ถือเป็นการได้รับโทษตามความผิดที่ได้กระทำมาบ้างแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ทั้งเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก สมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้ง

โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

แก้เป็น

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม), มาตรา 151 (เดิม) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1

กับให้คุมความประพฤติจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

เบื้องต้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เห็นควรไม่ฎีกาคำพิพากษา

สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
อดีต ผอ.สวท.ภูเก็ต
เรียกรับเงินเอกชน
ป.ป.ช.
กรมประชาสัมพันธ์
ศาลอาญาคดีทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุก 80 ปี! 'พวก' อดีตนายกอบต.นาบ่อคำ ทุจริตเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพ
คุก 80 ปี! 'พวก' อดีตนายกอบต.นาบ่อคำ ทุจริตเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพ