ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา '2 พวก' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลมหาราช อยุธยา จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี2549 ให้พนักงานเทศบาลฯ-พวกพ้อง ทั้งที่บ้านไม่ได้รับความเสียหายจริง ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนลงโทษ จำคุกคนละ 4 ปี ไม่รอลงอาญา
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสมจิตร ผดุงชอบ นายกเทศมนตรีตำบลมหาราช อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับพวก จ่ายเงินค่าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในปีพ.ศ. 2549 ในเขตตำบลหัวไผ่และตำบลมหาราช ให้กับพนักงานของเทศบาลตำบลมหาราชและพวกพ้อง ทั้งที่บ้านไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) (4) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม 2564
โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อ นายธนกรหรือวัฒชัย อ่องสมบูรณ์ เป็นจำเลยที่ 1 และนายนิติกร กิตินาม เป็นจำเลยที่ 2
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่มีคำพิพากษาว่า นายธนกรหรือวัฒชัย อ่องสมบูรณ์ จำเลยที่ 1 และนายนิติกร กิตินาม จำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 157 (เดิม) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91
รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี
ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตาม มาตรา 78 จำคุกคนละกระทงละ 2 ปี รวมสองกระทง
คงจำคุกคนละ 4 ปี
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




