ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตปลัด อบต. ท่าโรง และพวก คดีทุจริตโครงการขุดสระน้ำปี 60 สั่งฟันอาญา-วินัยร้ายแรง พฤติการณ์อำพรางใช้ชื่อผู้อื่นรับงาน โยกเงินเข้าบัญชีส่วนตัว
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ข่าวแจกกรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด นายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ กับ นายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว กรณีมีส่วนได้เสียในโครงการขุดสระน้ำ หมู่ที่ 17 บ้านเขาน้อย ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2560
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรงต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 ราย โดยพบข้อเท็จจริงจากการไต่สวนว่า นายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ ในฐานะปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองช่าง ได้เสนอขออนุมัติดำเนินโครงการขุดสระน้ำดังกล่าว ด้วยงบประมาณ 500,000 บาท ซึ่งต่อมานายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโรงได้อนุมัติให้ดำเนินการจัดจ้างด้วยวิธีตกลงราคา
จากการสืบสวนพบว่า นายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ เป็นผู้จัดหาผู้รับจ้างด้วยตนเอง โดยใช้ชื่อร้านเอ็นเซอร์วิส ซึ่งมีนางสาวอรนุช ถาวรกูล ลูกจ้างกองช่าง เทศบาลตำบลบางกระทุ่ม เป็นผู้จดทะเบียนพาณิชย์ และมอบเอกสารให้กับนายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว หัวหน้าฝ่ายกองช่าง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลตำบลบางกระทุ่ม เพื่อใช้ในการรับเหมางานจ้าง โดยนายรุ่งศักดิ์และนายธีรยุทธเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกัน นางสาวอรนุช ถาวรกูล ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนการเสนอราคา ลงนามสัญญาจ้าง แจ้งเข้าทำงาน ส่งมอบงาน และรับเงินค่าจ้าง
ต่อมา นายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ ได้ร่วมกับนายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว เข้าไปดำเนินโครงการดังกล่าว โดยนายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว เป็นผู้จัดหาวัสดุอุปกรณ์ หลังจากนายรุ่งศักดิ์อนุมัติเบิกจ่ายเงินค่าจ้าง 495,000 บาท ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่การเงินได้นำเช็คไปขึ้นเงินเข้าบัญชีร้านเอ็นเซอร์วิส จากนั้นนายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว ได้ใช้บัตรเอทีเอ็มของร้านเอ็นเซอร์วิสโอนเงิน 150,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารของนายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ และถอนเงินสด 100,000 บาท มอบให้เพื่อนร่วมงานช่วยโอนให้นายรุ่งศักดิ์ นอกจากนี้นายธีรยุทธยังโอนเงิน 100,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารของตนเอง และถอนเงินอีก 151,500 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าการกระทำของนายรุ่งศักดิ์ ปุสวัสดิ์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และมาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128 และมาตรา 172) รวมถึงมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
สำหรับการกระทำของนายธีรยุทธ ทองแกมแก้ว มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมูลกฎหมายอาญา มาตรา 152 มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงฐานกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ป.ป.ช. ได้ส่งรายงานและสำนวนการไต่สวนพร้อมพยานหลักฐานไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีอาญา และส่งไปยังผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาเพื่อดำเนินการทางวินัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป




