ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'นลินทิพย์ จิรพัฒน์ภูมิ' อดีตผู้อำนวยการกองคลัง อบต.หนองกลับ สุโขทัย ยักยอกเงินโครงการเศรษฐกิจชุมชน ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 6 พิพากษาลงโทษ จำคุก 4 ปี 12 เดือน ได้รอลงอาญา เหตุถูกปลดราชการแล้ว ให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางนลินทิพย์ จิรพัฒน์ภูมิ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองคลัง องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกลับ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ยักยอกเงินที่ได้รับคืนจากลูกหนี้ ในโครงการเศรษฐกิจชุมชน หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 ในช่วงปี พ.ศ. 2558–2559 โดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 ประกอบ มาตรา 91 ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาดังนี้
1.นางนลินทิพย์ จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 147 (เดิม) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. มาตรา 91
ตาม ป.อ. มาตรา 147 (เดิม) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 147 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90
จำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน และปรับกระทงละ 20,000 บาท
รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 ปี 12 เดือน และปรับ 40,000 บาท
2.จำเลยคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว และจำเลยถูกลงโทษทางวินัยให้ปลดออกจากราชการ อันเป็นการเพียงพอแก่พฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด ประกอบกับจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




