News Logo
หน้าแรก
เปิด 9 คดีทุจริต ป.ป.ช.ฟ้องเอง ปี 68 ใครโดนคุก/ยกฟ้องบ้าง?

เปิด 9 คดีทุจริต ป.ป.ช.ฟ้องเอง ปี 68 ใครโดนคุก/ยกฟ้องบ้าง?

23 ก.ค. 2569 07:30
ผู้ชม 563 คน

"...จากข้อมูลผลคำพิพากษาคดีอาญาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติฟ้องเอง จำนวน 9 คดี ซึ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดในช่วงปี 2568 พบว่า คดีส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ การบริหารงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายเงินของทางราชการ และการดำเนินโครงการของหน่วยงานของรัฐ..."

สำนักข่าว Next News รายงานว่า ในช่วงปี 2568 มีคดีกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐ ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีเอง จำนวน 9 คดี เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ การบริหารงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายเงินของทางราชการ และการดำเนินโครงการของหน่วยงานรัฐ

หลายคดีศาลมีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยแต่ได้รอลงอาญา ขณะที่หลายคดีศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง

มีรายละเอียดสำคัญแต่ละคดีดังต่อไปนี้

1.กรณีเบิกจ่ายเงินค่าจ้างก่อสร้างรั้วให้แก่ผู้รับจ้าง

คดีนี้มีการฟ้องร้องที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ระหว่าง คณะกรรมการ ป.ป.ช. โจทก์ นายอมินเทพ ตันเจริญ จำเลย คดีหมายเลขดำที่ อท. 117/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อท. 115/2567

กรณีกล่าวหา

กรณีเบิกจ่ายเงินค่าจ้างก่อสร้างรั้วให้แก่ผู้รับจ้าง ทั้งที่การดำเนินการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ และไม่เป็นไปตามรูปแบบรายการ

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 153/2563 เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151

ผลคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86ลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน และปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การและนำสืบอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 15,000 บาท

เนื่องจากไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงรากน้อยได้รับชดใช้ค่าเสียหายแล้ว ศาลเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี จึงให้รอการลงโทษจำคุกมีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30

สถานะคดี

คดีถึงที่สุดแล้ว

2.กรณีไม่ส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคา

คดีนี้มีการฟ้องร้องที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ระหว่าง คณะกรรมการ ป.ป.ช. โจทก์ นายวิโรจน์ ศรีวิเศษ จำเลย คดีหมายเลขดำที่ อท 20/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อท 58/2567

กรณีกล่าวหา

กรณีไม่ส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคา และไม่ลงข้อมูลรายละเอียดการกำหนดราคากลาง โครงการจัดจ้างซ่อมแซมอาคารเรียน ป1 ก และจัดซื้อคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์เพื่อการเรียนการสอน

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 96/2564 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1), (4) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 192 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12

ผลคำพิพากษาศาลชั้นต้น

พิพากษายกฟ้อง

ผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ศาลเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี จึงให้รอการลงโทษจำคุกมีกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

หากไม่ชำระค่าปรับ ให้ดำเนินการตามมาตรา 29 และมาตรา 30

สถานะคดี

คดีถึงที่สุดแล้ว

3.กรณีทุจริตในการดำเนินงานตามโครงการศึกษาดูงาน

คดีนี้มีการฟ้องร้องที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ระหว่าง คณะกรรมการ ป.ป.ช. โจทก์ นางอัจฉริยาภรณ์ คำโอภาส จำเลย คดีหมายเลขดำที่ อท 116/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อท 199/2567

กรณีกล่าวหา

กรณีทุจริตในการดำเนินงานตามโครงการศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาการบริหารงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พนักงานเทศบาล และกลุ่มเกษตรกร ของเทศบาลตำบลนาสีนวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 46/2565 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2565 พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ซึ่งปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

ผลคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 50,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 เดือน และปรับ 25,000 บาท

ศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้ว เห็นว่าจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และได้ชดใช้คืนเงินยืมดังกล่าวแล้ว ประกอบกับภายหลังเกิดเหตุจำเลยถูกให้ออกจากราชการ จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี

ให้รอการลงโทษจำคุกมีกำหนด 2 ปี หากไม่ชำระค่าปรับ ให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 31

สถานะคดี

คดีถึงที่สุดแล้ว

4.กรณีกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

คดีนี้มีการฟ้องร้องที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4ระหว่าง คณะกรรมการ ป.ป.ช. โจทก์ นายชนะไชย วัฒนา ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย คดีหมายเลขดำที่ อท 60/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อท 197/2567

กรณีกล่าวหา

กรณีกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยอนุมัติเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ และใช้รถยนต์ส่วนกลางโดยมิชอบ

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 106/2564 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1), (4) ประกอบมาตรา 91

ผลคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157

การกระทำของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมคนละ 8 กระทง

ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 กระทงละ 5 ปี รวมเป็นจำคุกคนละ 40 ปี และปรับคนละ 160,000 บาท

จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ลงโทษจำคุก 5 ปี และปรับ 20,000 บาท

จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 รวมคนละ 20 ปี และปรับคนละ 80,000 บาท

ส่วนจำเลยที่ 2 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกมีกำหนด 2 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยทั้งสามมีกำหนด 4 ปี และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด 24 ชั่วโมง

สถานะคดี

คดีถึงที่สุดแล้ว

5.กรณีดำเนินโครงการขุดเจาะบ่อบาดาล

คดีนี้มีการฟ้องร้องที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ระหว่าง คณะกรรมการ ป.ป.ช. โจทก์ นายประชุม ชูขันธ์ จำเลย คดีหมายเลขดำที่ อท 51/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อท 105/2567

กรณีกล่าวหา

กรณีดำเนินโครงการขุดเจาะบ่อบาดาล บ้านทับพรุ หมู่ที่ 5 โครงการก่อสร้างเมรุ บ้านกอตง หมู่ที่ 1 และเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นขององค์การบริหารส่วนตำบลเขาดินโดยมิชอบ

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 79/2564 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2564 พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12

ผลคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12

ลงโทษจำคุก 4 ปี 12 เดือน ปรับ 100,000 บาท และริบเงินจำนวน 300,000 บาท

ให้รอการลงโทษจำคุกมีกำหนด 3 ปี

สถานะคดี

คดีถึงที่สุดแล้ว

6.กรณีข่มขืนใจผู้เสนอราคาในโครงการสอบราคาจ้างเหมา

คดีนี้มีการฟ้องร้องที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ระหว่าง คณะกรรมการ ป.ป.ช. โจทก์ ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ จำเลย คดีหมายเลขดำที่ อท 41/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อท 116/2567

กรณีกล่าวหา

กรณีข่มขืนใจผู้เสนอราคาในโครงการสอบราคาจ้างเหมาจัดงานโครงการนครศรีชาริตี้ไรด์ ครั้งที่ 4 (3 County Charity Ride) ไม่ให้เข้าร่วมเสนอราคา หรือถอนการเสนอราคา หรือเสนอราคาตามที่กำหนด โดยใช้กำลังประทุษร้าย

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 35/2565 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565 พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 6 และมาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ซึ่งปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2561 มาตรา 172

ผลคำพิพากษาศาลชั้นต้น

พิพากษายกฟ้อง

สถานะคดี

คดีถึงที่สุดแล้ว

7. กรณีตั้งงบประมาณ จัดทำงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง

คดีนี้มีการฟ้องร้องที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ระหว่าง คณะกรรมการ ป.ป.ช. โจทก์ นายอำนวย บัวเขียว กับพวก จำเลย คดีหมายเลขดำที่ อท 21/2564 คดีหมายเลขแดงที่ อท 23-24/2564

กรณีกล่าวหา

กรณีตั้งงบประมาณ จัดทำงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง และเบิกจ่ายเงินงบประมาณโครงการฝึกอบรมและสัมมนาผู้นำท้องถิ่นจังหวัดชุมพร ประจำปี 2559 โดยมิชอบ

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 127/2563 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157

ผลคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลพิพากษาว่า

จำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 83

จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 83

ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 3 คนละ 3 ปี และปรับคนละ 20,000 บาท

ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 คนละ 5 ปี

จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

คงจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 3 คนละ 1 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท

คงจำคุกจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 คนละ 2 ปี 6 เดือน โดยให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 3 มีกำหนด 2 ปี

ผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ โดยให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 5 เพิ่มอีกสถานหนึ่ง เป็นเงิน 15,000 บาท

ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับเป็นเงิน 7,500 บาท และให้รอการลงโทษจำคุกมีกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

สถานะคดี

คดีถึงที่สุดแล้ว

8. กรณีสับเปลี่ยนข้าวสารของคลังสินค้าดีลัคกี้ จังหวัดนครสวรรค์

คดีนี้มีการฟ้องร้องที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ระหว่าง คณะกรรมการ ป.ป.ช. โจทก์ นายวิโรจน์ รวงผึ้งทอง กับพวก จำเลย คดีหมายเลขดำที่ อท 44/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อท 10/2564

กรณีกล่าวหา

กรณีสับเปลี่ยนข้าวสารของคลังสินค้าดีลัคกี้ จังหวัดนครสวรรค์ โดยนำข้าวสารโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2545/2546 (ผิดโครงการ) ไปเปลี่ยนแทนข้าวสารโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2546/2547

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 7/2562 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 มาตรา 8 และมาตรา 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

ผลคำพิพากษาศาลชั้นต้น

พิพากษายกฟ้อง

ผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

สถานะคดี

คดีถึงที่สุดแล้ว

9. กรณีขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ที่ขึ้นบัญชีไว้ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรี พ.ศ. 2548

คดีนี้มีการฟ้องร้องที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ระหว่าง คณะกรรมการ ป.ป.ช. โจทก์ นายวงศ์ ผาพรม จำเลย คดีหมายเลขดำที่ อท 214/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อท 278/2565

กรณีกล่าวหา

กรณีขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ที่ขึ้นบัญชีไว้ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรี พ.ศ. 2548 เพื่อบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบขึ้นบัญชีได้ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 3 โดยมิชอบ

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 107/2563 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ผลคำพิพากษาศาลชั้นต้น

พิพากษายกฟ้อง

ผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

สถานะคดี

คดีถึงที่สุดแล้ว

..................

จากข้อมูลผลคำพิพากษาคดีอาญาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติฟ้องเอง จำนวน 9 คดี ซึ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดในช่วงปี 2568 พบว่า คดีส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ การบริหารงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายเงินของทางราชการ และการดำเนินโครงการของหน่วยงานของรัฐ

สำหรับผลคำพิพากษา พบว่าหลายคดีศาลมีคำพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดและลงโทษจำคุก แต่ให้รอการลงโทษจำคุก ขณะที่บางคดีศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง หรือในบางกรณีศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแตกต่างจากศาลชั้นต้น

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลคดีทั้ง 9 คดีที่สำนักข่าว Next News ได้รับมา เป็นเพียงข้อมูลสรุปผลคำพิพากษา โดยไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลหรือคำวินิจฉัยของศาล จึงยังไม่สามารถวิเคราะห์แนวคำวินิจฉัยที่ศาลใช้ประกอบการพิจารณาพิพากษาในแต่ละคดีได้ นอกจากนี้ เอกสารดังกล่าวยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งหรือรายชื่อจำเลยในแต่ละคดีอย่างครบถ้วน จึงไม่อาจนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบได้

หากมีข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมจะนำมาเสนอต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ผลคำพิพากษา
ป.ป.ช.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยืนโทษ! อดีตนายกเทศฯบ้านเชี่ยน ทุจริตสอบบรรจุ พนง. 2 คดี รวมคุก 7 ปี
ยืนโทษ! อดีตนายกเทศฯบ้านเชี่ยน ทุจริตสอบบรรจุ พนง. 2 คดี รวมคุก 7 ปี