เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ประยง พิมเพราะ' อดีตนายก อบต.คูบัว ราชบุรี ใช้รถยนต์บรรทุกหกล้อ-แทรกเตอร์ -นำดินลูกรังไปถมที่ดินตัวเอง ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน หลังรับสารภาพ ได้รอลงอาญา -ป.ป.ช.ขออุทธรณ์สู้
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายประยง พิมเพราะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คูบัว อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ได้นำรถยนต์บรรทุกหกล้อ และรถแทรกเตอร์ (รถไถนา) ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน และนำดินลูกรังที่องค์การบริหารส่วนตำบลคูบัวจัดซื้อไว้ ไปถมที่ดินของตนเอง ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151, 157 และ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาดังนี้
1.นายประยง พิมเพราะ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม), 151 (เดิม) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวมีอัตราโทษเท่ากัน
ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย
พิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี และปรับ 6,000 บาท
2.จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78
คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท
3.พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจ และพฤติการณ์แห่งคดี จำนวนเงินความเสียหายไม่สูงมากนัก ภายหลังเกิดเหตุจำเลยคืนเงินให้ผู้เสียหายครบถ้วน ประกอบกับจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน นิสัยและความประพฤติในด้านอื่นไม่ปรากฏข้อเสียหายร้ายแรง
ดังนั้น เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติ 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง และให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีกำหนด 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56
หากไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
ยกคำขอที่ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ คำขออื่นให้ยก
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบว่าควรอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ในส่วนที่พิพากษาให้รอการลงโทษไว้
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




